หุ้นตัวแรก สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ควรซื้อไว้

หุ้นตัวแรก

หุ้นตัวแรก ที่คุณควรจะซื้อตอนเริ่มต้นในการลงทุนครั้งแรก ควรจะเลือก หุ้นที่ดี ที่มีความเสี่ยงที่น้อย และสามารถจะทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง บางคนมีการเลือกหุ้นที่ไม่เหมือนกัน บางคนเลือกหุ้นที่มีตัวอักษรแรกที่ตรงกับชื่อ หรือเลือกจากหุ้นที่กำลังดัง ณ ตอนนั้น ดังนั้นเราจะมาแนะนำการเลือก หุ้นที่ดี ที่จะมาเป็นหุ้นตัวแรกสำหรับการเริ่มต้นของคุณกัน

โดยเราจะมาเริ่มจาก หุ้นที่ดี ควรจะมีอะไรบ้าง

  1. เข้าใจในหุ้นตัวนั้น อันดับแรกเหนือสิ่งอื่นใด การเลือกบริษัท ที่จะลงทุนด้วย แนะนำให้เลือกบริษัทที่เรารู้จักเกี่ยวกับสินค้าของบริษัทนั้นเป็นอย่างดี ดารทดสอบง่าย ๆ ว่าเราเข้าใจหุ้นตัวนั้นดีมากแค่ไหนนั้นก็คือ เราต้องเล่าเกี่ยวกับหุ้นตัวนั้นให้คนอื่นฟัง และเข้าใจได้ง่าย ๆ นั้นแหละถือว่า เป็นหุ้นที่เราเข้าใจเป็นอย่างดี
  2. เป็นหุ้นที่ปลอดภัย การลงทุนในครั้งแรก แนะนำว่า ไม่ควรที่จะเป็นหุ้นที่มีความเสี่ยงสูง เพราะว่าหากขาดทุนจะทำให้เราไม่เจ็บตัวมากนัก ยกตัวอย่างเช่น มีสภาพคล่องตัว, D/E < 1 เท่า, CFO เป็นบวก, อัตรากำไรเป็นเลขสองหลักและโตต่อเหนื่อง เป็นต้น
  3. มีการปันผลที่ดี เพื่อที่จะทำให้เราอุ่นใจอย่างน้อย ๆ หุ้นต้องมีการขอให้มีปันผล 3-4% เพราะว่าอย่างน้อย ๆ ก็ยังมีเงินปันผลรองรับ

สุดท้ายนี้ ขอสรุปสั้น ๆ หลักการของการเลือกง่าย ๆ ควรจะเลือกอะไรที่เรารู้สึกชอบและอยากที่จะลงทุนกับมันจริง ๆ มันก็เหมือนกันการเลือกคู่นั้นแหละครับ หากเราชอบมัน เวลาเราอยู่กับมัน เราก็จะมีความสุขไปกับมัน

อ้างอิง : www.finnomena.com

“5 ประเภท การลงทุน”

5 ประเภทการลงทุน

ทุก ๆ วันนี้การลงทุนเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่การลงทุนในระดับง่าย ๆ จนไปถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หุ้นกู้ หรือการลงทุนระดับสูง เช่น การลงทุนในตลาดหุ้น เป็นต้น ดังนั้น วันนี้เราจะมาลองดูสิว่าการลงทุนนั้นมันมีกี่ประเภท และแต่ละประเภทนั้นเป็นอย่างไร ถ้าพร้อมแล้วเราไปเริ่มกันเลย

  1. ลงทุนในตราสารหนี้ระนะสั้น การลงทุนประเภทนี้เป็นการลงทุนระยะสั้นที่สิ้นสุดภายใน 1 ปี โดยระยะการจ่ายดอกเบี้ยแล้วแต่การตกลงในสัญญา เช่น จ่ายทุก 3 เดือน ทุก 6 เดือน เป็นต้น ซึ่งการลงทุนระยะสั้นแบบนี้ จะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย ได้เงินคิดเร็ว ถ้าหากเป้าหมายในการลงทุนของคุณคือ เอาชนะเงินเฟ้อ การลงทุนประเภทนี้ไม่เหมาะกับคุณซักเท่าไหร่
  2. การลงทุนในพันธบัตรหรือหุ้นกู้ ระยะยาว การลงทุนประเภทนี้เป็นการลงทุนระยะยาว เป็นการลงทุนที่มีส่วนมากจะกินเวลาเฉลี่ย 5-30 ปี พันธบัตรหรือหุ้นกู้ แม้จะไม่ได้รับผลตอบแทนมากเท่าการลงทุนในหุ้น แต่คุณก็จะไม่มีความเสี่ยงกรณีที่ราคาหุ้นตกลงเช่นกัน เมื่อครบกำหนดชำระหนี้คุณจะได้เิงนคืน แต่คุณก็สามารถขาดทุนจากพันธบัตรหรือหุ้นกู้ได้เหมือนกัน เช่น ขายพันธบัตรก่อนครบกำหนดชำระ หรือ ผู้ออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้ล้มละลายไม่สามารถจ่ายเงินคืนได้
  3. การลงทุนในหุ้น ก็คือการที่เราไปซื้อสิทธิความเป็นเจ้าของของบริษัท ดังนั้นเราจะมีส่วนรับผิดชอบทั้งกำไรและขาดทุนของบริษัทที่จะผ่านราคาหุ้น ซึ่งการลงทุนประเภทนี้ เป็นกาลงทุนที่ดีที่สุดแบบหนึ่ง คือคุณไม่จำเป็นต้องนั่งดูแลกิจการเองเหมือนกับที่ทำธุรกิจส่วนตัว เพราะว่าคุณจะมีนักบริหารที่เชี่ยวชาญนั่งบริหารให้ คุณมีหน้าที่คือเลือกธุรกิจที่คุณคิดว่ามันจะทำเงินให้ได้ดี จากนั้นก็ซื้อเก็บไว้ และหากบริัทจ่ายเงินปันผลคุณก็จะได้รับเงินนั้นด้วย
  4. การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ถือว่าได้รับความนิยมมาก เช่น คอนโด ทาวเฮ้า บ้านเดียว หรือโกดังให้เช่า แต่ว่าในสมัยนี้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้เช่านั้น ไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อนด้วย supply ที่มากขึ้น แต่จำนวนผู้เช่านั้นลดน้อยลง ทำให้ได้รับผลตอบแทนตามที่ตั้งใจไว้ หรือปัญหาต่างๆจากการให้เช่า เช่น ผู้เช่าจ่ายค่าเช่าไม่ตรงเวลา ทรัพย์สินในห้องเสียหาย ห้องเก่าห้องโทรม ที่เกิดกับอสังหาริมทรัพย์ที่คุณลงทุน เช่นกัน
  5. การลงทุนในของสะสม การลงทุนประเภทสุดท้ายนี้ เป็นการลงทุนที่ค่อนข้างจะเฉพาะตัวมาก ๆ คือ คุณจะต้องรู้ในสิ่งที่จะลงทุนจริง ๆ เชี่ยวชาญในสิ่งนั้นจริง ๆ แถมยังต้องรู้ตลาดและราคาอีกด้วย ซึ่งของสะสมจะเป็นอะไรก็ได้ เช่น กระเป๋า นาฬิกา รถโบราณ ภาพวาด ยิ่งเวลาผ่านไปนานสิ่งของบางอย่างจะยิ่งมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น

สุดท้ายนี้ เมื่อคุณเข้าใจถึงประเภทการลงทุนแล้ว คุณสามารถที่จะมองหาการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับเงินในกระเป๋าของคุณได้ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่พื้นฐานการลงทุนสำหรับทุกเพศทุกวัน

ความรู้เกี่ยวกับการลงทุน

ตอน เริ่มต้นสู่ความสำเร็จ สำหรับนักลงทุนมือใหม่

      ความรู้เกี่ยวกับการลงทุน ในปัจจุบัน มีผู้คนไม่น้อยที่อยากที่จะลงทุนกับอะไรซักอย่างเพื่อหวังที่จะทำกำไรจากทุนที่ตนเองมี แต่หลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า ” การลงทุน มีความเสี่ยง ” ใช่ไหมครับ ที่จะบอกก็คือ ในทุก ๆ การลงทุนจะมีทั้งกลุ่มคนที่ได้กำไรและกลุ่มคนที่ขาดทุน แน่นอนครับว่าเราคงไม่อยากจะเป็นกลุ่มคนที่ขาดทุนใช่ไหมล่ะ ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดคุยถึง

เริ่มต้นสู่ความสำเร็จ สำหรับนักลงทุนมือใหม่

1.การเลือกลงทุน

      ในกรณีที่อยากจะลงทุนกับสิ่งที่ตัวเองชอบ ก่อนอื่นเลยเราควรที่จะสำรวจตัวเองก่อนครับว่าชอบลงทุนในสินทรัพย์ประเภทไหน เพราะว่าการลงทุนนั้นมีหลากหลายแบบครับ ไม่ว่าจะเป็น การลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น หุ้น, พันธบัตร หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เช่น คอนโด, ที่ดิน, บ้านพัก เป็นต้น เราควรที่จะเลือกการลงทุนในสิ่งที่เราชอบ เพราะการลงทุนในแต่ละครั้งจะต้องใช้เวลาในการศึกษาหาข้อมูลและติดตามข่าวสารด้วย


2.คอยศึกษาหาความรู้

      หลังจากที่เราค้นพบความชอบของตัวเองแล้ว ก่อนที่เราจะเริ่มลงทุน เราก็ควรที่จะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุนอีกซักหน่อยว่า ลักษณะของสินทรัพย์ที่เราจะลงทุนนั้นเป็นอย่างไร ปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่อราคา ราคาในตลาดตอนนี้เป็นอย่างไร และความเคลื่อนไหวในปัจจุบันเป็นอย่างไร เพราะว่า สิ่งเหล่านี้สมารถที่จะช่วยเราในการลดความเสี่ยงจากการขาดทุนได้ โดยทุกวันนี้ ช่องทางในการศึกษาหรือติดตามข่าวสารนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การไปอ่านหนังสือการลงทุน หรือติดตามกลุ่มโซเซียลใน Facebook, Line ที่จะมีการอัพเดทข่าวสารอยู่ตลอดเวลาครับ


3.เริ่มลงมือทำ

      ในที่สุดก็มาถึงขั้นตอนของการลงมือทำจริงกันแล้ว เมื่อเราศึกษาความรู้พื้นฐานจนเข้าใจดีแล้วก็ลงมือปฏิบัติจริงเลย โดยการเริ่มจากเงินก้อนที่ไม่สูงนัก เพื่อจำกัดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความผิดพลาดได้ ทั้งนี้ ถ้าหากได้ลงมือทำจริง เจอสถานการณ์จริง ประสบการณ์ต่าง ๆ จะสอนเราเอง หากวันไหนที่เกิดความผิดพลาดก็เก็บความผิดพลาดนั้นไว้เป็นบทเรียน และแก้ไขมันให้ดียิ่งขึ้น


4.รู้จักใช้เครื่องมือที่จะช่วยชีวิต

      ถ้าจะให้เรามานั่งคิด วิเคราะห์ทุกครั้ง มันก็คงจะเหนื่อยเกินไปสำหรับมือใหม่ เพราะว่าในปัจจุบันนี้มีเครื่องมือที่ช่วยในการทุ่นแรง ทุ่นเวลา ไม่ว่าจะเป็น Application สำหรับการลงทุนที่ช่วยในการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น หรือแม้แต่การใช้ Internet ในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่เราลงทุนที่ประกาศขายในช่วงเวลาที่น่าสนใจ พร้อมทั้งหาราคาเปรียบเทียบกันอีกด้วย


5.มีวินัยในตัวเอง

      หากว่าเราอยากจะเป็นนักลงทุนที่ดีนั้น เราจำเป็นจะต้องมีวินัยในตัวเองด้วย วินัยที่พูดถึงนี้ไม่ใช่การขยันหรืออะไรพวกนั้น แต่เป็นการ Cut loss เมื่อหุ้นของเราที่ครอบครองอยู่นั้นมีการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ไม่เป็นไปตามคาดหวังไว้หรือพื้นฐานหุ้นที่เปลี่ยนไปแล้ว ก็ต้องมีวินัยที่จะขายหุ้นนั้นออก ถึงแม้ว่ารายละเอียดในข้อปฏิบัติแตกต่างกันไปสำหรับนักลงทุน ดังนั้น เมื่อเรามีหลักการของการลงทุนที่ชัดเจน ก็ควรมีวินัยในการลงทุนด้วยครับ