มือใหม่เริ่มลงทุน ในกองทุนรวมควรทำยังไงดี

มือใหม่เริ่มลงทุน ในกองทุนรวมควรทำยังไงดี

มือใหม่เริ่มลงทุน ในกองทุนรวมควรทำยังไงดี

สำหรับในวันนี้ เว็บของเราเว็บ loanbankpayday.net ก็จะมีบทความดีๆมาฝากทุกคนกัน โดยสำหรับในวันนี้จะเป็นบทความ มือใหม่เริ่มลงทุน ควรที่จะทำยังไงดี หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกๆคน

มือใหม่เริ่มลงทุน ในกองทุนรวมควรทำยังไงดี

โดยสำหรับในยุคนี้ ก็ต้องบอกว่า “ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน” ยังคงเป็นคำกล่าวที่ใช้ได้ในยุคปัจจุบัน เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจทุกวันนี้ไม่ค่อยที่จะดีสักเท่าไหร่ และผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและเล็กต่างโดนพิษเศรษฐกิจ จนต้องปิดกิจการก็มีให้เห็นอยู่เนืองๆ ดังนั้นเราที่เป็นผู้ประกอบการหรือพนักงานกินเงินเดือนจะรับมือกับความไม่แน่นอนได้อย่างไร

ดังนั้นคนส่วนมากในปัจจุบันนี้ต้อง “ต้องประหยัด” “รู้จักการใช้จ่าย” และ “ออมเงิน” ซึ่งถือเป็นวิธีคิดที่ถูกต้อง แต่การออมเงินไว้เฉยๆ แต่ว่า ออมเงินทิ้งไว้ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร ดังนั้นเนื่องจากการออมที่ดีควรจะนำเงินที่เราออมนั้น ไปทำให้เกิดดอกออกผลและกำไรอีกต่อหนึ่ง

ดังนั้นการทำให้มีผลประโยชน์มากนั้น ก็ต้องเป็นการ “การออมเพื่อการลงทุน” มีวิธีที่หลากหลาย โดยแบ่งออกเป็น การลงทุนในหุ้น การลงทุนประกันแบบออมทรัพย์ หรือการลงทุนในกองทุนรวม

ในปัจจุบันหลายสถาบันการเงิน หรือว่า ธนาคารนั้น ก็ได้ทำการเปิดช่องทางให้ลูกค้าสามารถทำการซื้อ กองทุนรวม ได้ง่ายๆเพียงผ่าน สาขาที่ธนาคาร เพียงเท่านั้น โดยทางธนาคารจะทำหน้าที่นำเงินที่เราไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินประเภทต่างๆ เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ หุ้น ทองคำ เป็นต้น ผลกำไรที่เกิดขึ้นก็จะนำมาเฉลี่ยคืนให้กับผู้ลงทุนตามสัดส่วนที่ลงทุนไป โดยผู้เชี่ยวชาญของสถาบันการเงิน

กองทุนรวม เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาศึกษาตลาดทุน ไม่มีประสบการณ์ หรือความชำนาญในการลงทุน แต่ต้องการที่จะนำเงินออมไปลงทุนให้เกิดดอกออกผล

กองทุนรวมสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ กองทุนรวมแบบปิด และกองทุนรวมแบบเปิด

กองทุนรวมปิด

เป็นรูปแบบของกองทุนที่สถาบันการเงินจะเปิดขายเพียงครั้งเดียว และมีการตั้งกำหนดของระยะเวลาหรืออายุของกองทุนในช่วง 2, 3 หรือ 5 ปี หลังจากระยะเวลาที่กองทุนกำหนด ผู้ซื้อจึงจะสามารถขายคืนหรือได้รับเงินปันผลเป็นกำไร การลงทุนในกองทุนรวมแบบปิดเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีเงินก้อน (เย็น) ต้องการซื้อเพียงครั้งเดียว ไม่ต้องการที่จะติดตามตลาด

กองทุนรวมเปิด

คือ กองทุนที่ผู้ซื้อสามารถที่จะซื้อขายได้ตลอดเวลา เช่น รายวัน หรือรายสัปดาห์ รายเดือน แต่ทั่วไปแล้ว มือใหม่จะเลือกซื้อกองทุนแบบปิด เนื่องจากมีความเสี่ยงตํ่า และสถาบันการเงินจะเลือกนำเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนที่มีพื้นฐานมั่นคงและอัตราเสี่ยงที่ตํ่า ผู้ลงทุนไม่จำเป็นเลยที่จะต้องมีความรู้ในด้านการลงทุน แต่ยินยอมให้สถาบันการเงินที่มีใบอนุญาตทำหน้าที่เสมือนเป็นตัวแทน โดยจะช่วยลดความเสี่ยงสำหรับมือใหม่ ไม่ต้องมานั่งกังวลกับสภาวะของตลาดที่ขึ้นลง

ทั้งนี้เรื่องราวของกองทุนรวมนั้นมีมากมายอาจจะไม่สามารถที่จะกล่าวได้ทั้งหมดในเนื้อหานี้ ซึ่งผู้เขียนจะนำเสนอเนื้อหาที่ลงลึกมากกว่านี้ในโอกาสต่อไป นี่เป็นแค่ออเดิร์ฟเรียกนํ้าย่อย แต่สิ่งที่ผู้กำลังมองหาช่องทางการลงทุนแบบกองทุนรวมควรจะทำ คือ ศึกษาหาข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือปรึกษากับทางเจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงิน หากคุณสนใจที่จะเริ่มต้นลงทุนจะได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน คือ ผลตอบแทนที่ดี ตามสถิติที่ระบุแจ้งไว้ในหนังสือชี้ชวน, ผู้ลงทุนสามารถเริ่มต้นลงทุนด้วยเงินเพียง 2,000 บาท และสามารถเลือกซื้อเพิ่มได้ทุกเดือนๆ หรือระหว่างเดือนนั้น เป็นการนำเงินออมมาลงทุนบางส่วนนั้นเอง สะสมไปเรื่อยๆ พอถึงกำหนดระยะเวลาของกองทุน ก็จะได้รับผลตอบแทนที่งาม

ประการสุดท้ายของผู้ที่ต้องการลงทุนในกองทุนรวมจะได้รับ คือ สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ในปีนั้นๆ ดังนั้นการออมในรูปแบบนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด แต่การมองหาช่องทางการออมแบบความเสี่ยงตํ่า กองทุนรวมจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว

5 เคล็ดลับ สำหรับมือใหม่ เล่นหุ้นอย่างไรให้ได้กำไร100%

5 เคล็ดลับ สำหรับมือใหม่ เล่นหุ้นอย่างไรให้ได้กำไร100%

5 เคล็ดลับ สำหรับมือใหม่ เล่นหุ้นอย่างไรให้ได้กำไร100%

สำหรับมือใหม่ที่อยากจะเริ่มต้นเล่นหุ้น มีเคล็ดลับมากมาย แต่วันนี้เว็บ loanbankpayday.net ของเราจะมาแนะนำเกี่ยวกับ 5 เคล็ดลับ เล่นหุ้นอย่างไรให้ได้กำไร100% ส่วนจะมีวิธีไหนกันบ้างนั้น มาเริ่มกันเลย

5 เคล็ดลับ สำหรับมือใหม่ เล่นหุ้นอย่างไรให้ได้กำไร100%

#1. เปลี่ยนคำว่า “เล่น” เป็น “ลงทุน”

ความแตกต่างระหว่างของคำว่า “เล่นหุ้น” กับ “การลงทุนในหุ้น” นั่นคือ “เป้าหมาย“ ในการลงทุน เพราะคำว่า “เล่นหุ้น” นั้น มักจะหมายถึงการเล่นเก็งกำไรในระยะสั้นๆ แต่ “การลงทุนในหุ้น” ต้องการความมั่นคงในระยะยาว โดยคาดหวังผลตอบแทนจากการเติบโตของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นเงินปันผล หรือมูลค่าของหุ้นในอนาคตก็ตาม

#2. รู้จัก “หุ้น” ให้ดีซะก่อน

ให้รู้ก่อนว่า หุ้นตัวนั้นที่เราเลือก ประกอบธุรกิจอะไร มีผลการดำเนินงานอย่างไร ข้อมูลต่างๆ บทวิเคราะห์ ข่าว ผู้บริหาร วิสัยทัศน์ และอื่นๆ อีกมากมายที่เราต้องรู้ ถ้าถามว่ารู้แค่ไหนดี บอกตรงๆ ว่ารู้ยิ่งเยอะยิ่งดีครับ และเมื่อรู้เยอะแล้ว ต้อง “คิด วิเคราะห์ แยกแยะ” ข้อมูลให้เป็นด้วย เพื่อที่จะได้เข้าใจและวางแผนการลงทุนได้อย่างถูกต้อง

#3. ต้อง “เงินที่สามารถเสียไปโดยไม่เดือดร้อน” เท่านั้น

เงินที่เราสามารถเสียไปโดยที่ไม่เดือดร้อน หรือพูดง่ายๆ คือ เงินที่หายไปก็ไม่เสียดายนั่นเอง เพราะการลงทุนในหุ้นนั้นมี “ความเสี่ยง” ดังนั้นถ้าหากเราเอาเงินที่เกี่ยวข้องกับการใช้ “ชีวิต” ไปเสี่ยง แบบนั้นคงไม่ดี ข้อได้เปรียบก็คือ เป็นเงินที่ไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในทุกๆ วัน แต่มันอาจจะเจ็บใจเล็กน้อยเมื่อขาดทุน

#4. รู้จัก “ตัวเรา” ให้ดีพอ

เราจะต้องรู้ก่อนว่า เรารับความเสี่ยงได้มากแค่ไหนกันแน่ เพราะบางคนเล่นหุ้นเพราะหวังกำไรเยอะๆ แต่รับความเสี่ยงไม่ได้ ผลสุดท้ายต้องทรมานจิตใจแทน ดูเช้า ดูเย็น ดูทั้งวัน งานการไม่ได้ทำเพราะกลัว อันนี้ก็ไม่ไหวนะ

#5. รักษาต้นทุนก่อนคิดถึง “กำไร”

ถ้าเล่นหุ้นแล้วไม่หวังกำไรจะเล่นไปทำไมใช่ไหมครับ แต่ความหวังที่อยากจะได้กำไรสูงๆ นั่นแหละครับ ทำให้เราทุกคนเกิดความโลภในการลงทุน จนบางครั้งมองข้ามสิ่งสำคัญหลายๆ อย่างไป ดังนั้นในการตัดสินใจซื้อหุ้นทุกครั้ง เราต้องถามตัวเองย้ำๆ ว่า เราจะลดความเสี่ยงในการขาดทุนให้ต่ำที่สุดได้อย่างไร นั้นต่างหาที่จะเป็นส่วนสำคัญ

4 ทริคเด็ด สร้างกำไรจากกองทุนรวม

4 ทริคเด็ด สร้างกำไรจากกองทุนรวม

หลายคนคงจะเคยได้ยินมาเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวม มาบ้างแล้ว แต่ก็อาจจะมีหลลายคนเริ่มสงสัยแล้วว่า มันจะสามารถทำเงินได้อย่างไร ซึ่งมันก็มีหลายวิธีในการทำกำไรจากกองทุนรวมเช่นกัน ดังนั้นวันนี้ ทาง loanbankpayday.net จึงจะมาแนะนำ 4 ทริคเด็ด สร้างกำไรจากกองทุนรวม ให้เพื่อน ๆ ได้ทำความเข้าใจและเป็นแนวทางต่อไป ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลยครับ

 

#1.  ซื้อกองทุนรวมประเภทมีเงินปันผล

กองทุนรวมมีหลากหลายประเภทและนโยบายของแต่ละกองทุนก็จะแตกต่างกันด้วย นโยบายการจ่ายเงินปันผลโดยผลกำไรที่กองทุนทำได้ในระหว่างปีจะถูกจัดสรรและจ่ายคืนให้กับผผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นอัตราร้อยละตามที่นโยบาลของกองทุนนั้นกำหนดไว้ ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับเงินปันผลในระหว่างการถือครองหน่วยลงทุน รวมไปถึงในกรณีที่ ขายคืน หน่วยลงทุน จะได้กำไรจากส่วนต่างของมูลค่าหน่วยลงทุนอีกด้วย

#2. ใช้กองทุนรวมเป็นที่เก็บเงินแทนบัญชี

โดยปกติแล้วหลาย ๆ คนคงฝากเงินไว้กับบัญชีออมทรัพย์กันอยู่แล้ว อันนี้ก็จะคลาย ๆ กันแค่ลองเปลี่ยนมาฝากไว้ในกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงต่ำ และเกณฑ์การเลือกกองทุนรวมนั้นในลองหากองทุนที่มีนโยบาลรักษาเงินต้น โดยอาจให้ผลตอบแทนต่อปีด้วย ซึ่งบางกองทุนก็มีผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยประมาณ 0.5% ต่อปี ก็มีเช่นกัน

#3. รับประโยชน์ทางภาษีผ่านกองทุน LTF/RMF

สำหรับใครที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี กองทุนรวหุ้นระยะยาวหรือที่เรียกกันว่า LTF และกองทุนรวมเพื่อเลี้ยงชีพ หรือที่เรียกกันว่า RMF เป็นการสร้างกำไรสองต่อ นั้นก็คือ สามารถนำเงินที่ซื้อหน่วยลงทุนมาลดหย่อนภาษีในปีที่ลงทุนอีกด้วย แถมยังสามารถรับผลประโยชน์ทางภาษี จะต้องทำตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสรรพากร ซึ่งกองทุนแบบ LTF นั้น ผู้ลงทุนจะถอนได้เมื่อถือครบ 7 ปี ส่วนแบบ RMF ถอนได้เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์และมีการลงทุนมาไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนขายคืน หนึ่งในวิธีง่าย ๆ เพื่อการกระจายความเสี่ยง คือ แบ่งเงินลงทุน และซื้อหน่วยลงทุนทุกเดือน เดือนละเท่า ๆ กัน หรือที่เรียกว่า DCA (Dollar Cost Averaging) ด้วยวิธีนี้ เราจะได้ซื้อหน่วยลงทุนในราคากลาง ๆ ถึงจะไม่ใช่ราคาที่ถูกที่สุด แต่ก็ไม่ใช่ราคาที่แพงที่สุดเช่นกัน

#4. เพิ่มโอกาสการลงทุนด้วยกองทุนรวม

ต้องบอกก่อนว่าข้อดีของกองทุนรวม คือ เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สามารถลงทุนได้ด้วยเงินไม่สูงนัก เช่น กองพักเงิน ที่ลงทุนในตราสารหนี้ หรือเงินฝาก โดยที่มีเงินเริ่มต้นขั้นต่ำอยู่ที่ 1,000 บาท ผ่านกองทุนรวมที่มีนโยบาย จะมีผู้ที่คอยจัดการกองทุนที่มีประสบการณ์และความรู้ ความเขี่ยวขาญในการบริหารจัดการกองทุน

 

หวังว่า 4 ทริคเด็ด สร้างกำไรจากกองทุนรวม ที่เราเอามาแนะนำ จะเป็นประโยชน์ที่จะช่วยในการตัดสินใจลงทุนต่าง ๆ ให้กับทุกคนได้นะครับ หากใครคนไหนที่ต้องการศึกษาเพิ่มเติมก็สามารถติดต่อสอบถามได้กับทางธนาคารที่สนใจ สุดท้ายนี้ก็อยากจะแนะนำว่า ควรศึกษาให้ดีก่อนที่จะลงทุน เพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุนได้นะครับ

หุ้นตัวแรก สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ควรซื้อไว้

หุ้นตัวแรก สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ควรซื้อไว้

หุ้นตัวแรก สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ควรซื้อไว้ ที่คุณควรจะซื้อตอนเริ่มต้นในการลงทุนครั้งแรก ควรจะเลือก หุ้นที่ดี ที่มีความเสี่ยงที่น้อย และสามารถจะทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง บางคนมีการเลือกหุ้นที่ไม่เหมือนกัน บางคนเลือกหุ้นที่มีตัวอักษรแรกที่ตรงกับชื่อ หรือเลือกจากหุ้นที่กำลังดัง แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี ณ ตอนนั้น ดังนั้นเราจะมาแนะนำการเลือก หุ้นที่ดี ที่จะมาเป็นหุ้นตัวแรกสำหรับการเริ่มต้นของคุณกัน

โดยเราจะมาเริ่มจาก หุ้นที่ดี ควรจะมีอะไรบ้าง หลักๆแล้วจะมีอยู่ 3 ข้อ ดังตอนไปนี้

ข้อ 1. เข้าใจในหุ้นตัวนั้น อันดับแรกเหนือสิ่งอื่นใด การเลือกบริษัท ที่จะลงทุนด้วย แนะนำให้เลือกบริษัทที่เรารู้จักเกี่ยวกับสินค้าของบริษัทนั้นเป็นอย่างดี การทดสอบง่าย ๆ ว่าเราเข้าใจหุ้นตัวนั้นดีมากแค่ไหนนั้นก็คือ เราต้องเล่าเกี่ยวกับหุ้นตัวนั้นให้คนอื่นฟัง และเข้าใจได้ง่าย ๆ หรือ เราวาดเป็นภาพออกมาง่าย ๆ บนกระดาษแผ่นเดียวได้ ถ้าแม้แต่เด็ก 10 ขวบ นั้นแหละถือว่า เป็นหุ้นที่เราเข้าใจเป็นอย่างดี

ข้อ 2. เป็นหุ้นที่ปลอดภัย การลงทุนในครั้งแรก แนะนำว่า ไม่ควรที่จะเป็นหุ้นที่มีความเสี่ยงสูง เพราะว่าหากขาดทุนจะทำให้เราไม่เจ็บตัวมากนัก ยกตัวอย่างเช่น มีสภาพคล่องตัว

D/E < 1 เท่า เพื่อบอกว่าบริษัทไม่ได้กู้หนี้ยืมสินมาเกินตัว จนสุดท้ายต้องเพิ่มทุนถ้าจะไปลุยโครงการที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

CFO เป็นบวก พราะนั่นคือเงินสดที่บริษัทได้เข้ามาในกระเป๋าจริง ๆ หลายครั้งมือใหม่มักจะพลาดดูเฉพาะงบกำไรขาดทุนและเห็นบรรทัดสุดท้ายเป็นตัวเลขสูง ๆ คิดว่าดี แต่ไม่เข้าใจว่าเขาบันทึกด้วยเกณฑ์สิทธิ์

Cash Cycle ยิ่งน้อยยิ่งดี เพราะนั่นคือการที่เรามีเงินมาหมุนเวียนในกิจการได้ดี เรามักจะสังเกตเห็นว่าหุ้นค้าปลีกมักมี CC เป็นลบ เพราะว่ารับเงินสดจากลูกค้าแต่จ่ายเงิน supplier เป็นเครดิต

ข้อ 3. มีการปันผลที่ดี เพื่อที่จะทำให้เราอุ่นใจอย่างน้อย ๆ หุ้นต้องมีการขอให้มีปันผล 3-4% เพราะว่าอย่างน้อย ๆ ก็ยังมีเงินปันผลรองรับ นอกจากนี้เราก็อาจจะลองสังเกตจากรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีว่า โดยปกติแล้วรับรองงบการเงินทุกไตรมาสหรือเปล่า หรือว่าไม่รับรอง ไม่ถูกต้อง มีเงื่อนไขในงบ ก็ให้เราสงสัยไว้ก่อนว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลด้วยรึป่าว

สรุป หลักการง่าย ๆ สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่กำลังค้นหาหุ้นตัวแรกลองจำคำขวัญนี้ไปใช้ดูครับ “หุ้นดี มีคุณธรรม ขยันทำกำไร”

สุดท้ายนี้ ขอสรุปสั้น ๆ หลักการของการเลือกง่าย ๆ ควรจะเลือกอะไรที่เรารู้สึกชอบและอยากที่จะลงทุนกับมันจริง ๆ มันก็เหมือนกันการเลือกคู่นั้นแหละครับ หากเราชอบมัน เวลาเราอยู่กับมัน เราก็จะมีความสุขไปกับมัน เพราะผมเชื่อว่า “มูลค่าหรือคุณค่า” คือสิ่งแรกที่เราต้องพิจารณา และ “ราคา” คือสิ่งสุดท้ายที่เราค่อยไปดูต่างหากว่าคุ้มค่า

อ้างอิง : www.finnomena.com

“5 ประเภท การลงทุน”

5 ประเภทการลงทุน

ทุก ๆ วันนี้การลงทุนเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่การลงทุนในระดับง่าย ๆ จนไปถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หุ้นกู้ หรือการลงทุนระดับสูง เช่น การลงทุนในตลาดหุ้น เป็นต้น ดังนั้น วันนี้เราจะมาลองดูสิว่าการลงทุนนั้นมันมีกี่ประเภท และแต่ละประเภทนั้นเป็นอย่างไร ถ้าพร้อมแล้วเราไปเริ่มกันเลย

  1. ลงทุนในตราสารหนี้ระนะสั้น การลงทุนประเภทนี้เป็นการลงทุนระยะสั้นที่สิ้นสุดภายใน 1 ปี โดยระยะการจ่ายดอกเบี้ยแล้วแต่การตกลงในสัญญา เช่น จ่ายทุก 3 เดือน ทุก 6 เดือน เป็นต้น ซึ่งการลงทุนระยะสั้นแบบนี้ จะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย ได้เงินคิดเร็ว ถ้าหากเป้าหมายในการลงทุนของคุณคือ เอาชนะเงินเฟ้อ การลงทุนประเภทนี้ไม่เหมาะกับคุณซักเท่าไหร่
  2. การลงทุนในพันธบัตรหรือหุ้นกู้ ระยะยาว การลงทุนประเภทนี้เป็นการลงทุนระยะยาว เป็นการลงทุนที่มีส่วนมากจะกินเวลาเฉลี่ย 5-30 ปี พันธบัตรหรือหุ้นกู้ แม้จะไม่ได้รับผลตอบแทนมากเท่าการลงทุนในหุ้น แต่คุณก็จะไม่มีความเสี่ยงกรณีที่ราคาหุ้นตกลงเช่นกัน เมื่อครบกำหนดชำระหนี้คุณจะได้เิงนคืน แต่คุณก็สามารถขาดทุนจากพันธบัตรหรือหุ้นกู้ได้เหมือนกัน เช่น ขายพันธบัตรก่อนครบกำหนดชำระ หรือ ผู้ออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้ล้มละลายไม่สามารถจ่ายเงินคืนได้
  3. การลงทุนในหุ้น ก็คือการที่เราไปซื้อสิทธิความเป็นเจ้าของของบริษัท ดังนั้นเราจะมีส่วนรับผิดชอบทั้งกำไรและขาดทุนของบริษัทที่จะผ่านราคาหุ้น ซึ่งการลงทุนประเภทนี้ เป็นกาลงทุนที่ดีที่สุดแบบหนึ่ง คือคุณไม่จำเป็นต้องนั่งดูแลกิจการเองเหมือนกับที่ทำธุรกิจส่วนตัว เพราะว่าคุณจะมีนักบริหารที่เชี่ยวชาญนั่งบริหารให้ คุณมีหน้าที่คือเลือกธุรกิจที่คุณคิดว่ามันจะทำเงินให้ได้ดี จากนั้นก็ซื้อเก็บไว้ และหากบริัทจ่ายเงินปันผลคุณก็จะได้รับเงินนั้นด้วย
  4. การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ถือว่าได้รับความนิยมมาก เช่น คอนโด ทาวเฮ้า บ้านเดียว หรือโกดังให้เช่า แต่ว่าในสมัยนี้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้เช่านั้น ไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อนด้วย supply ที่มากขึ้น แต่จำนวนผู้เช่านั้นลดน้อยลง ทำให้ได้รับผลตอบแทนตามที่ตั้งใจไว้ หรือปัญหาต่างๆจากการให้เช่า เช่น ผู้เช่าจ่ายค่าเช่าไม่ตรงเวลา ทรัพย์สินในห้องเสียหาย ห้องเก่าห้องโทรม ที่เกิดกับอสังหาริมทรัพย์ที่คุณลงทุน เช่นกัน
  5. การลงทุนในของสะสม การลงทุนประเภทสุดท้ายนี้ เป็นการลงทุนที่ค่อนข้างจะเฉพาะตัวมาก ๆ คือ คุณจะต้องรู้ในสิ่งที่จะลงทุนจริง ๆ เชี่ยวชาญในสิ่งนั้นจริง ๆ แถมยังต้องรู้ตลาดและราคาอีกด้วย ซึ่งของสะสมจะเป็นอะไรก็ได้ เช่น กระเป๋า นาฬิกา รถโบราณ ภาพวาด ยิ่งเวลาผ่านไปนานสิ่งของบางอย่างจะยิ่งมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น

สุดท้ายนี้ เมื่อคุณเข้าใจถึงประเภทการลงทุนแล้ว คุณสามารถที่จะมองหาการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับเงินในกระเป๋าของคุณได้ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่พื้นฐานการลงทุนสำหรับทุกเพศทุกวัน

ความรู้เกี่ยวกับการลงทุน

ตอน เริ่มต้นสู่ความสำเร็จ สำหรับนักลงทุนมือใหม่

      ความรู้เกี่ยวกับการลงทุน ในปัจจุบัน มีผู้คนไม่น้อยที่อยากที่จะลงทุนกับอะไรซักอย่างเพื่อหวังที่จะทำกำไรจากทุนที่ตนเองมี แต่หลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า ” การลงทุน มีความเสี่ยง ” ใช่ไหมครับ ที่จะบอกก็คือ ในทุก ๆ การลงทุนจะมีทั้งกลุ่มคนที่ได้กำไรและกลุ่มคนที่ขาดทุน แน่นอนครับว่าเราคงไม่อยากจะเป็นกลุ่มคนที่ขาดทุนใช่ไหมล่ะ ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดคุยถึง

เริ่มต้นสู่ความสำเร็จ สำหรับนักลงทุนมือใหม่

1.การเลือกลงทุน

      ในกรณีที่อยากจะลงทุนกับสิ่งที่ตัวเองชอบ ก่อนอื่นเลยเราควรที่จะสำรวจตัวเองก่อนครับว่าชอบลงทุนในสินทรัพย์ประเภทไหน เพราะว่าการลงทุนนั้นมีหลากหลายแบบครับ ไม่ว่าจะเป็น การลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น หุ้น, พันธบัตร หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เช่น คอนโด, ที่ดิน, บ้านพัก เป็นต้น เราควรที่จะเลือกการลงทุนในสิ่งที่เราชอบ เพราะการลงทุนในแต่ละครั้งจะต้องใช้เวลาในการศึกษาหาข้อมูลและติดตามข่าวสารด้วย


2.คอยศึกษาหาความรู้

      หลังจากที่เราค้นพบความชอบของตัวเองแล้ว ก่อนที่เราจะเริ่มลงทุน เราก็ควรที่จะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุนอีกซักหน่อยว่า ลักษณะของสินทรัพย์ที่เราจะลงทุนนั้นเป็นอย่างไร ปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่อราคา ราคาในตลาดตอนนี้เป็นอย่างไร และความเคลื่อนไหวในปัจจุบันเป็นอย่างไร เพราะว่า สิ่งเหล่านี้สมารถที่จะช่วยเราในการลดความเสี่ยงจากการขาดทุนได้ โดยทุกวันนี้ ช่องทางในการศึกษาหรือติดตามข่าวสารนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การไปอ่านหนังสือการลงทุน หรือติดตามกลุ่มโซเซียลใน Facebook, Line ที่จะมีการอัพเดทข่าวสารอยู่ตลอดเวลาครับ


3.เริ่มลงมือทำ

      ในที่สุดก็มาถึงขั้นตอนของการลงมือทำจริงกันแล้ว เมื่อเราศึกษาความรู้พื้นฐานจนเข้าใจดีแล้วก็ลงมือปฏิบัติจริงเลย โดยการเริ่มจากเงินก้อนที่ไม่สูงนัก เพื่อจำกัดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความผิดพลาดได้ ทั้งนี้ ถ้าหากได้ลงมือทำจริง เจอสถานการณ์จริง ประสบการณ์ต่าง ๆ จะสอนเราเอง หากวันไหนที่เกิดความผิดพลาดก็เก็บความผิดพลาดนั้นไว้เป็นบทเรียน และแก้ไขมันให้ดียิ่งขึ้น


4.รู้จักใช้เครื่องมือที่จะช่วยชีวิต

      ถ้าจะให้เรามานั่งคิด วิเคราะห์ทุกครั้ง มันก็คงจะเหนื่อยเกินไปสำหรับมือใหม่ เพราะว่าในปัจจุบันนี้มีเครื่องมือที่ช่วยในการทุ่นแรง ทุ่นเวลา ไม่ว่าจะเป็น Application สำหรับการลงทุนที่ช่วยในการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น หรือแม้แต่การใช้ Internet ในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่เราลงทุนที่ประกาศขายในช่วงเวลาที่น่าสนใจ พร้อมทั้งหาราคาเปรียบเทียบกันอีกด้วย


5.มีวินัยในตัวเอง

      หากว่าเราอยากจะเป็นนักลงทุนที่ดีนั้น เราจำเป็นจะต้องมีวินัยในตัวเองด้วย วินัยที่พูดถึงนี้ไม่ใช่การขยันหรืออะไรพวกนั้น แต่เป็นการ Cut loss เมื่อหุ้นของเราที่ครอบครองอยู่นั้นมีการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ไม่เป็นไปตามคาดหวังไว้หรือพื้นฐานหุ้นที่เปลี่ยนไปแล้ว ก็ต้องมีวินัยที่จะขายหุ้นนั้นออก ถึงแม้ว่ารายละเอียดในข้อปฏิบัติแตกต่างกันไปสำหรับนักลงทุน ดังนั้น เมื่อเรามีหลักการของการลงทุนที่ชัดเจน ก็ควรมีวินัยในการลงทุนด้วยครับ