5 วิธีการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับ “มนุษย์เงินเดือน” ทุกคน

5 วิธีการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับ "มนุษย์เงินเดือน" ทุกคน

5 วิธีการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับ “มนุษย์เงินเดือน” ทุกคน

โดยแนวคิดจะเป็นการสะสมเพื่อเป้าหมายระยะยาวและใช้วิธีการทยอยสะสมเงินทุกเดือน ในจำนวนเท่าๆกัน

1. ฝากประจำ / กองทุนรวมตลาดเงินหรือตราสารหนี้ระยะสั้น

2. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

3. สหกรณ์ออมทรัพย์

4. กองทุนรวม

5. ออมหุ้น

5 วิธีการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับ "มนุษย์เงินเดือน" ทุกคน

 

แนวคิดและวิธีการลงทุนของมนุษย์เงินเดือน

5 วิธีการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับ “มนุษย์เงินเดือน” ทุกคน สำหรับแนวคิดและวิธีการของวิธีนี้ จะเป็นการสะสมเพื่อเป้าหมายระยะยาวครับ และใช้วิธีการทยอยสะสมเงินทุกเดือน ในจำนวนเท่าๆกัน ซึ่งผมมองว่าเป็นวิธีที่สอดคล้องกับการทำงานของมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้เข้ามาเป็นประจำและต่อเนื่อง และเพิ่มเติมด้วย “วินัย” ในการลงทุนเท่านั้นเองครับ

เอาล่ะ เรามาเริ่มต้นดูกันเลยดีกว่า

ว่า 5 วิธีการลงทุนที่ดีที่สุดในสไตล์พรี่หนอมนั้น มันมีอะไรบ้าง

1. ฝากประจำ / กองทุนรวมตลาดเงินหรือตราสารหนี้ระยะสั้น

สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองเพิ่งเริ่มต้นออมเงิน และยังไม่มีความรู้ในการลงทุนมากนัก ผมอยากจะแนะนำวิธีนี้เป็นวิธีแรกครับ นั่นคือการสร้างวินัยโดยการฝากประจำทุกๆเดือนเท่ากัน

วิธีการง่ายๆครับ เพียงแค่ การตัดบัญชีเงินฝาก (บัญชีเงินเดือน) ในทุกๆเดือน เพื่อสะสมไปเรื่อยๆ โดยมี 2 กลุ่มที่อยากจะแนะนำครับ นั่นคือ เงินฝากประจำปลอดภาษี กับ กองทุนตลาดเงินหรือตราสารหนี้ระยะสั้น

สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าเจ้าสองตัวนี้คืออะไร ขอบอกครับว่ามันคือ…

เงินฝากประจำปลอดภาษี คือ เงินฝากประเภทหนึ่งที่กำหนดให้เราฝากประจำทุกๆเดือนเป็นจำนวนที่เท่าๆกัน เช่น เดือนละ 1,000 บาท ติดต่อกันเป็นเวลา 24 เดือนโดยได้สิทธิพิเศษคือ “ยกเว้นภาษีเงินได้” และไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% เหมือนเงินฝากประจำทั่วๆไปครับ

กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ที่มีกำหนดชำระเงินต้นเมื่อทวงถาม หรือมีอายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปีครับ

กองทุนรวมตราสารหนี้ (General Fixed Income Fund) คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ประเภทต่างๆ ซึ่งได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ตัว๋ เงินคลัง บัตรเงินฝากของธนาคาร ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ของภาคเอกชน ฯลฯ

ใครที่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงนั้น กรณีเงินฝากฯ ผมแนะนำว่าลองเดินไปที่ธนาคารที่เราสะดวก และติดต่อขอเปิดบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษีได้เลยครับ

ส่วนกองทุนตลาดเงินหรือตราสารหนี้ระยะสั้นนั้น สามารถเลือกกองทุนที่ดีและเหมาะสมกับสิ่งที่เราต้องการ ผลตอบแทนพอใจไหม รับความเสี่ยงได้เท่าไร ซึ่งถ้ายังไม่แน่ใจก็สามารถแวะมาพูดคุยสอบถามกันได้ที่กลุ่มพูดคุยของรายการกองทุนไหนดี ได้เลยครับผม

โดยส่วนตัวทุกวันนี้ พรี่หนอมใช้กองทุนตลาดเงินกับตราสารหนี้ระยะสั้นเป็นหลักครับ แต่ไม่ได้ใช้เงินฝากประจำปลอดภาษีครับ เนื่องจากมองว่ากองทุนรวมนั้นมีสภาพคล่องที่ดีกว่าครับ

2. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ตัวที่สองนี่ อยากเรียกว่าเป็น Highly Recommend กันเลยทีเดียวครับ สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ออฟฟิศมีสวัสดิการ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ไว้ให้ เพื่อให้พนักงานออมเงินและลงทุน (ส่วนข้าราชการจะเป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราช หรือ กบข. ครับ) โดยกองทุนเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เก็บเงินไว้ใช้ในยามเกษียณนั่นเองครับ

โดยปกติแล้วมนุษย์เงินเดือนสามารถเลือกสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ตั้งแต่ 2-15% ครับ (ส่วนนายจ้างจะสมทบเท่าไรให้กับเรานั้น ขึ้นอยู่กับความใจดีของนายจ้างครับ ฮ่าๆ) โดยตรงนี้พรี่หนอมอยากจะแนะนำให้ตัด % ที่มากที่สุดเท่าที่ไหวครับ เพื่อเป็นการสร้างวินัยในการออมเงินได้เป็นอย่างดีครับ และเงินก้อนนี้ถือว่าเป็นเงินก้อนที่ไม่ได้ใช้แน่ๆครับ เพราะตัดก่อนที่จะเข้าบัญชีเราเสียอีกครับ

ปัจจุบันพรี่หนอมสะสมเข้ากองทุนนี้อยู่ที่ 15% เต็มสิทธิ์ที่สามารถทำได้ครับ เนื่องจากต้องการสร้างวินัยระยะยาวครับ นอกจากนั้นยังเพิ่มเติมเทคนิคอีกนิดหน่อย นั่นคือ การเลือกแผนการลงทุนของกองทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงและผลตอบแทนที่เราต้องการด้วยครับ (สำหรับเรื่องนี้จะเขียนบทความแยกต่างหากให้อ่านอีกทีนะครับ ฝากติดตามกันด้วยครับ)

3. สหกรณ์ออมทรัพย์

ถ้าหากที่ทำงานของเรานั้น มีสหกรณ์ออมทรัพย์ การเลือกสะสมหุ้นของสหกรณ์ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่น่าสนใจครับ (แต่ต้องพิจารณาความเสี่ยงดีๆด้วยนะครับ ฮ่าๆ) โดยผลตอบแทนที่ได้รับนั้นจะมาจากเงินปันผลในแต่ละปี ซึ่งอัตราผลตอบแทนนั้นดีกว่าเงินฝากธนาคารและกองทุนตราสารหนี้แน่นอนครับ

สิ่งที่อยากจะแนะนำคือ อย่าลืมตรวจสอบการบริหารงานและการจัดการสหกรณ์ของที่ทำงานเราด้วยว่า ดีแค่ไหน มีปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่า เพื่อที่จะได้ลงทุนอย่างปลอดภัยครับ ไม่ใช่มองเพียงแต่ผลตอบแทนอย่างเดียว แต่ต้องมองถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นด้วยครับ

4. กองทุนรวม

สำหรับเรื่องกองทุนรวมในข้อนี้จะเน้นไปที่กองทุนที่มีความเสี่ยงมากขึ้นครับ หลังจากที่เราพูดถึงกองทุนรวมในส่วนแรกที่ไว้ใช้พักเงินหรือรับผลตอบแทนระยะสั้นกันไปแล้วในข้อแรก แต่ข้อนี้จะพูดถึงกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงตั้งแต่ระดับที่ 4 ขึ้นไป ซึ่งตรงนี้ต้องดูจากความเสี่ยงที่ยอมรับได้และผลตอบแทนที่ต้องการของแต่ละคนประกอบกันครับ

5 วิธีการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับ “มนุษย์เงินเดือน” ทุกคน

แต่ถ้าหากใครต้องการประหยัดภาษีด้วย ในส่วนของการลงทุนสำหรับมนุษย์เงินเดือนในข้อนี้ อยากแนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) หรือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) แทนครับ แต่ถ้าใครไม่ได้เสียภาษีหรือไม่ต้องการสิทธิประโยชน์แล้วล่ะก็ การลงทุนในกองทุนรวมปกติจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าครับ

แชร์ประสบการณ์หน่อยครับว่า ปัจจุบันพรี่หนอมเองวางแผนลงทุนใน LTF และ RMF เป็นหลักครับ โดยเน้นจัดพอร์ท LTF และ RMF ควบคู่กันไปครับผม

5. ออมหุ้น

สำหรับทางเลือกสุดท้ายนั้น ถือว่าเป็นการลงทุนและมีความเสี่ยงค่อนข้างมากครับ โดยหลักการนั้นคือการเลือกออมหุ้นรายตัวครับ (เริ่มต้นขั้นต่ำที่ 1,000 บาท/เดือน) ซึ่งตรงนี้แนะนำให้เลือกหุ้นให้ดี มองเห็นการเติบโตที่เหมาะสม และสามารถอดทนลงทุนเป็นระยะเวลานานได้ครับ และอย่าทุ่มเทลงทุนในหุ้นตัวเดียวมากเกินไปครับ เพราะถือว่ามีความเสี่ยงมากๆครับ

ทุกวันนี้มีให้บริการออมหุ้นอยู่หลายแห่งครับ เข้าใจว่าเร็วๆนี้จะมีให้เลือกมากขึ้นอีกครับ ซึ่งตรวจสอบเงื่อนไขของแต่ละที่ได้ตามใจเลยครับ (ลองค้นหาคำว่า ออมหุ้น ใน Google ก็ได้นะครับ มีหลายเจ้าอยู่)

ปัจจุบันพรี่หนอมมีพอร์ทออมหุ้นเหมือนกันครับ (แกจะมีอะไรเยอะแยะ – – “) ใช้วิธีการเลือกหุ้น 7 ตัวทยอยสะสมมาหลายปีแล้วครับ ปัจจุบันถือว่าผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งเป้าหมายของการออมหุ้นนี้ กะว่าจะออมไปอีกประมาณ 10 ปีครับผม แล้วค่อยปรับพอร์ทจัดการให้ดี (ถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไรให้เปลี่ยนแปลงหุ้นนะครับ ฮ่าๆ)

เห็นไหมครับว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้นมีข้อดีอยู่ข้อหนึ่ง นั่นคือ เรามีกระแสเงินสดที่เข้ามาต่อเนื่องในทุกๆเดือน ทำให้สามารถวางแผนการลงทุนและออมเงินได้อย่างมีระบบ และเป็นการสร้างวินัยในตัวเองได้ด้วย ซึ่งทั้ง 5 วิธีที่แนะนำมานี้ ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดนะครับ แต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสีย ความเสี่ยง และผลตอบแทนต่างกันไป บทความนี้เขียนขึ้นเพราะอยากให้ทุกๆคนลองปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเองครับ เพื่อที่จะได้มีเงินออมและเงินลงทุนได้เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในอนาคตอย่างมีความสุขครับ

สุดท้ายนี้ผมก็ขออวยพรให้คนที่อ่านบทความนี้ พบวิธีการลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเองนะครับ ส่วนผมขอเป็นทางเลือกหนึ่งในการแชร์ประสบการณ์ความรู้ ถ้าใครอ่านดูแล้วคิดว่ามีประโยชน์ กรุณาอย่าลืมส่งต่อบทความนี้ให้กับคนที่คุณรักด้วยนะคร้าบบบ

 

สนับสนุนโดน Copa69.com

มือใหม่เริ่มลงทุน ในกองทุนรวมควรทำยังไงดี

มือใหม่เริ่มลงทุน ในกองทุนรวมควรทำยังไงดี

มือใหม่เริ่มลงทุน ในกองทุนรวมควรทำยังไงดี

สำหรับในวันนี้ เว็บของเราเว็บ loanbankpayday.net ก็จะมีบทความดีๆมาฝากทุกคนกัน โดยสำหรับในวันนี้จะเป็นบทความ มือใหม่เริ่มลงทุน ควรที่จะทำยังไงดี หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกๆคน

มือใหม่เริ่มลงทุน ในกองทุนรวมควรทำยังไงดี

โดยสำหรับในยุคนี้ ก็ต้องบอกว่า “ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน” ยังคงเป็นคำกล่าวที่ใช้ได้ในยุคปัจจุบัน เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจทุกวันนี้ไม่ค่อยที่จะดีสักเท่าไหร่ และผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและเล็กต่างโดนพิษเศรษฐกิจ จนต้องปิดกิจการก็มีให้เห็นอยู่เนืองๆ ดังนั้นเราที่เป็นผู้ประกอบการหรือพนักงานกินเงินเดือนจะรับมือกับความไม่แน่นอนได้อย่างไร

ดังนั้นคนส่วนมากในปัจจุบันนี้ต้อง “ต้องประหยัด” “รู้จักการใช้จ่าย” และ “ออมเงิน” ซึ่งถือเป็นวิธีคิดที่ถูกต้อง แต่การออมเงินไว้เฉยๆ แต่ว่า ออมเงินทิ้งไว้ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร ดังนั้นเนื่องจากการออมที่ดีควรจะนำเงินที่เราออมนั้น ไปทำให้เกิดดอกออกผลและกำไรอีกต่อหนึ่ง

ดังนั้นการทำให้มีผลประโยชน์มากนั้น ก็ต้องเป็นการ “การออมเพื่อการลงทุน” มีวิธีที่หลากหลาย โดยแบ่งออกเป็น การลงทุนในหุ้น การลงทุนประกันแบบออมทรัพย์ หรือการลงทุนในกองทุนรวม

ในปัจจุบันหลายสถาบันการเงิน หรือว่า ธนาคารนั้น ก็ได้ทำการเปิดช่องทางให้ลูกค้าสามารถทำการซื้อ กองทุนรวม ได้ง่ายๆเพียงผ่าน สาขาที่ธนาคาร เพียงเท่านั้น โดยทางธนาคารจะทำหน้าที่นำเงินที่เราไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินประเภทต่างๆ เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ หุ้น ทองคำ เป็นต้น ผลกำไรที่เกิดขึ้นก็จะนำมาเฉลี่ยคืนให้กับผู้ลงทุนตามสัดส่วนที่ลงทุนไป โดยผู้เชี่ยวชาญของสถาบันการเงิน

กองทุนรวม เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาศึกษาตลาดทุน ไม่มีประสบการณ์ หรือความชำนาญในการลงทุน แต่ต้องการที่จะนำเงินออมไปลงทุนให้เกิดดอกออกผล

กองทุนรวมสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ กองทุนรวมแบบปิด และกองทุนรวมแบบเปิด

กองทุนรวมปิด

เป็นรูปแบบของกองทุนที่สถาบันการเงินจะเปิดขายเพียงครั้งเดียว และมีการตั้งกำหนดของระยะเวลาหรืออายุของกองทุนในช่วง 2, 3 หรือ 5 ปี หลังจากระยะเวลาที่กองทุนกำหนด ผู้ซื้อจึงจะสามารถขายคืนหรือได้รับเงินปันผลเป็นกำไร การลงทุนในกองทุนรวมแบบปิดเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีเงินก้อน (เย็น) ต้องการซื้อเพียงครั้งเดียว ไม่ต้องการที่จะติดตามตลาด

กองทุนรวมเปิด

คือ กองทุนที่ผู้ซื้อสามารถที่จะซื้อขายได้ตลอดเวลา เช่น รายวัน หรือรายสัปดาห์ รายเดือน แต่ทั่วไปแล้ว มือใหม่จะเลือกซื้อกองทุนแบบปิด เนื่องจากมีความเสี่ยงตํ่า และสถาบันการเงินจะเลือกนำเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนที่มีพื้นฐานมั่นคงและอัตราเสี่ยงที่ตํ่า ผู้ลงทุนไม่จำเป็นเลยที่จะต้องมีความรู้ในด้านการลงทุน แต่ยินยอมให้สถาบันการเงินที่มีใบอนุญาตทำหน้าที่เสมือนเป็นตัวแทน โดยจะช่วยลดความเสี่ยงสำหรับมือใหม่ ไม่ต้องมานั่งกังวลกับสภาวะของตลาดที่ขึ้นลง

ทั้งนี้เรื่องราวของกองทุนรวมนั้นมีมากมายอาจจะไม่สามารถที่จะกล่าวได้ทั้งหมดในเนื้อหานี้ ซึ่งผู้เขียนจะนำเสนอเนื้อหาที่ลงลึกมากกว่านี้ในโอกาสต่อไป นี่เป็นแค่ออเดิร์ฟเรียกนํ้าย่อย แต่สิ่งที่ผู้กำลังมองหาช่องทางการลงทุนแบบกองทุนรวมควรจะทำ คือ ศึกษาหาข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือปรึกษากับทางเจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงิน หากคุณสนใจที่จะเริ่มต้นลงทุนจะได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน คือ ผลตอบแทนที่ดี ตามสถิติที่ระบุแจ้งไว้ในหนังสือชี้ชวน, ผู้ลงทุนสามารถเริ่มต้นลงทุนด้วยเงินเพียง 2,000 บาท และสามารถเลือกซื้อเพิ่มได้ทุกเดือนๆ หรือระหว่างเดือนนั้น เป็นการนำเงินออมมาลงทุนบางส่วนนั้นเอง สะสมไปเรื่อยๆ พอถึงกำหนดระยะเวลาของกองทุน ก็จะได้รับผลตอบแทนที่งาม

ประการสุดท้ายของผู้ที่ต้องการลงทุนในกองทุนรวมจะได้รับ คือ สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ในปีนั้นๆ ดังนั้นการออมในรูปแบบนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด แต่การมองหาช่องทางการออมแบบความเสี่ยงตํ่า กองทุนรวมจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว

กองทุน LTF การลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยงอย่างที่คิดแถมยังทำเงินได้อีกด้วย

LTF การลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยงอย่างที่คิดแถมยังทำเงินได้อีกด้วย

กองทุน LTF การวางแผนการลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยงอยากที่คิด

และสำหรับในวันนี้นั้น เว็บ loanbankpayday.net นั้นจะมาแนะนำการลงทุน กองทุน LTF และการวางแผนการลงทุน และสำหรับการลงทุน LTF นั้นไม่มีความเสี่ยงเหมือนๆทุกๆคนเข้าใจกัน

LTF การลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยงอย่างที่คิดแถมยังทำเงินได้อีกด้วย

โดยปกติแล้วข้อกำหนดของการลงทุนในแบบ LTF จะเป็นการนำเงินไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ หรือว่าที่ว่าเราเรียกกันแบบง่ายๆ นั้นก็คือการลงทุนแบบหุ้นนั้นเอง แต่ว่า สำหรับการลงทุนในหุ้นนั้น ถือว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่ว่าสำหรับหลายคน แต่หากพิจารณาให้ดีแล้ว การลงทุนใน LTF กลับไม่ได้มีความเสี่ยงสูงมากอย่างที่หลายคนกังวล เนื่องจาก

โดยสำหรับกองทุน LTF มักจะลงทุนในหุ้นใหญ่ ๆ ของแต่ละอุตสาหกรรม ซึ่งสำหรับการลงทุนแบบ LTF นั้นก็ล้วนเป็นกิจการที่มั่นคง และมีผลประกอบการดีเป็นอย่างมากเลยทีเดียว และเป็นผลประกบการณ์ที่มีความมั่นคง และมีรายได้มาก และเราสามารถดูรายชื่อหุ้นที่กองทุนมีการลงทุนได้จากหนังสือ ที่ได้รับการชวนในการลงทุน และสามารถที่จะตรวจสอบได้ตลอดเวลา

โดยสำหรับกองทุน LTF นั้นจะมีการกระจายความเสี่ยง โดยการซื้อหุ้นหลายตัว ในบางกองทุนมีการลงทุนในหลายอุตสาหกรรม หรือบางกองทุนลงทุนในดัชนี SET ที่เหมือนกันกับการซื้อหุ้นทั้งหมดที่มีอยู่ในตลาด และยังนอกจากนี้ ยังมีกองทุน LTF ที่สามารถจะแบ่งเงินลงทุนที่มีอยู่ส่วนหนึ่ง ไปลงทุนในรูปแบบของสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ และมีความปลอดภัยเป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น ตราสารหนี้ภาครัฐ สถาบันการเงิน บริษัทเอกชน หรือเงินฝากธนาคาร ซึ่งยิ่งเป็นการลดความเสี่ยงโดยรวมของกองทุนลงไปอีก

สำหรับการลงทุนแบบ LTF นั้นจะมีการบริหารจัดการโดยมืออาชีพ เพราะว่าจะให้ผู้จัดการกองทุนผู้ที่มีประสบการณ์ และที่การติดตามความเคลื่อนไหวของหุ้น ข่าวที่มีผลกระทบ และซื้อขายหุ้นเข้ากองทุนตามความเหมาะสม และเป็นไปตามนโยบายที่กำหนด ทำให้กองทุนนี้ ทำให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

การถือครองหุ้นระยะเวลานานมักจะสร้างผลกำไรให้นักลงทุน ด้วยข้อกำหนด ทำให้ผู้ลงทุนต้องถือครองกองทุน LTF ไม่ต่ำกว่า 5 ปีปฏิทิน ซึ่งนอกจากกำไร/ขาดทุนที่เราจะได้รับจากส่วนต่างของราคาหน่วยลงทุนในวันที่ขายกับราคาซื้อหน่วยลงทุนแล้ว เรายังได้รับเงินภาษีคืนจากการลดหย่อนค่าซื้อ LTF ในปีที่ลงทุน รวมทั้งเงินปันผลในระหว่างปีอีกด้วย หากกองทุนที่เราซื้อมีนโยบายจ่ายปันผล

วิธีที่จะลดความเสี่ยงจากการลงทุน LTF ลงได้อีกโดย

จากการที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เห็นไหมว่า การลงทุนของ LTF นั้นไม่ได้มีความเสี่ยงสูง มากกว่าที่คิด และยังมีความปลอดภัยอีกด้วยนะ
เลือกซื้อกองทุนที่มีความน่าเชื่อถือ และดูแลโดยผู้จัดการกองทุนที่มีความสามารถ โดยดูได้จากผลการดำเนินงานย้อนหลังของแต่ละกองทุนในเว็บไซต์ ทั้งนี้ “ผลการดำเนินงานในอดีต ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต” นะครับ
เลือกซื้อกองทุนที่มีนโยบายที่น่าสนใจ มีการลงทุนในหุ้น และอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตต่อไปในอนาคต
ซื้อเฉลี่ยทั้งปี (Dollar Cost Average) เพราะกองทุนที่ลงทุนในหุ้นย่อมมีราคาขึ้นลงตามราคาหุ้น จึงเป็นการยากที่จะคาดการณ์ได้ว่า เมื่อไหร่เราจึงจะซื้อหน่วยลงทุนได้ในราคาที่ถูกที่สุด ดังนั้น เราอาจแบ่งซื้อ LTF เดือนละครั้ง หรือไตรมาสละครั้ง เพื่อลดความผันผวนของราคาครับ
ซื้อ LTF หลายกองทุน เพราะแต่ละกองทุนมีนโยบายไม่เหมือนกัน และดูแลด้วยผู้จัดการกองทุนที่ต่างกัน การซื้อ LTF หลายกองทุนจึงนับได้ว่าเป็นการกระจายความเสี่ยงจากนโยบายการลงทุน รวมทั้งเป็นการกระจายความเสี่ยงจากผลการดำเนินงานของกองทุนด้วยครับ

เมื่อรู้จัก LTF มากขึ้น รวมทั้งวิธีกระจายความเสี่ยงในการลงทุน LTF แล้ว หวังว่า เพื่อน ๆ คงสบายใจขึ้นกับการตัดสินใจซื้อ LTF ในครั้งต่อไปแล้วนะครับ (ทำความรู้จัก LTF แล้วก็มารู้จัก RMF กันต่อได้ที่นี่ครับ)