Archive December 2019

แนะนำ FINNOMENA MONEY

แนะนำ FINNOMENA MONEY

แนะนำ FINNOMENA MONEY: เมื่อข้อมูลการเงินการลงทุน อยู่ใกล้คุณมากขึ้นกว่าเดิม! เคยรู้สึกไหมว่า ข้อมูลเรื่องการเงินการลงทุนนั้นช่างหายาก ครั้นอยากได้ข้อมูลที่อัปเดตรวดเร็วทันใจแบบครบสมบูรณ์ ก็ยิ่งลำบากขึ้นไปอีก ต้องติดตามจากนานาสารพัดเว็บไซต์ มีทางไหนบ้างไหมที่จะทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้เพียงแค่คลิกแอปฯ เดียว ยิ่งถ้าเป็นแอปฯ โซเชียลที่เข้าบ่อยๆ ด้วยแล้ว ยิ่งสะดวกสบาย

ถ้าคุณกำลังมีข้อสงสัยดังกล่าว เรามีข่าวดีมาบอก นั่นคือ ตอนนี้คุณสามารถติดตามข้อมูลด้านการเงินการลงทุน ผ่านแอปฯ LINE แล้ว!

เราขอแนะนำให้รู้จัก FINNOMENA MONEY ซึ่งเป็น Mini App บนแอปฯ LINE ที่จะช่วยให้คุณติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดเงินตลาดทุน รวมถึงสินทรัพย์ทางการเงินได้อย่างง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็น หุ้น กองทุน หรือทองคำ นอกจากนี้คุณยังสามารถติดตามมูลค่าเงินลงทุนของตัวเอง และหาความรู้ผ่านคอนเทนต์ต่างๆ ได้อีกด้วย

แนะนำฟังก์ชั่นเด็ดๆ

MARKETS – FUNDS, STOCKS, INDICES

ซื้อกองไหนดี? หุ้นตัวนี้งบเป็นอย่างไรบ้าง? เข้ามาดูได้ใน MARKETS แท็บ FUNDS และ STOCKS ฟังก์ชั่นที่จะช่วยให้คุณหากองทุนและหุ้นได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมข้อมูลครบครัน ไม่ว่าจะเป็นกราฟราคาย้อนหลัง ราคาล่าสุด งบการเงินย้อนหลัง 10 ปี (สำหรับหุ้น) หรือผลการดำเนินงานย้อนหลัง สูงสุด 20 ปี (สำหรับกองทุน) นอกจากนี้ สำหรับใครที่ติดตามดัชนีของแต่ละอุตสาหกรรม ก็เข้ามาติดตามทิศทางกันได้

กองทุนรวม (Mutual Fund) คือ การระดมเงินลงทุนจากคนจำนวนมากและนำไปจดทะเบียนให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล เพื่อตั้งเป็น กองทุนขึ้นมา โดยเงินที่ได้รับนั้นจะมี “ผู้จัดการกองทุน” ที่เป็นมืออาชีพ นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ตามนโยบายของแต่ละกองทุน ให้ได้รับผลตอบแทนที่งอกเงย แล้วนำมาเฉลี่ยคืนให้กับผู้ลงทุนแต่ละรายตามสัดส่วนที่ลงทุน

แนะนำ FINNOMENA MONEY: เมื่อข้อมูลการเงินการลงทุน อยู่ใกล้คุณมากขึ้นกว่าเดิม!

กราฟราคาของกองทุน เลือกดูได้หลายช่วงเวลา ตั้งแต่ 1 วัน จนถึง Since Inception

แนะนำ FINNOMENA MONEY: เมื่อข้อมูลการเงินการลงทุน อยู่ใกล้คุณมากขึ้นกว่าเดิม!

สามารถแชร์ข้อมูลให้เพื่อนใน LINE ได้, ดาวน์โหลดข้อมูลเป็นไฟล์ภาพเก็บไว้ได้ และกดชอบกองทุนเพื่อติดตามในแถบ Watchlist ได้

แนะนำ FINNOMENA MONEY: เมื่อข้อมูลการเงินการลงทุน อยู่ใกล้คุณมากขึ้นกว่าเดิม!

แนะนำ FINNOMENA MONEY: เมื่อข้อมูลการเงินการลงทุน อยู่ใกล้คุณมากขึ้นกว่าเดิม!

แชร์ข้อมูลการเงินให้กับเพื่อน หรือ Group LINE ได้ทันที

แนะนำ FINNOMENA MONEY: เมื่อข้อมูลการเงินการลงทุน อยู่ใกล้คุณมากขึ้นกว่าเดิม!

หากเรามีการกดติดตามกองทุน หุ้น หรือดัชนีอะไรไว้ ก็จะมาปรากฏอยู่ในหน้า Watchlist ให้หาง่ายๆ

แนะนำ FINNOMENA MONEY: เมื่อข้อมูลการเงินการลงทุน อยู่ใกล้คุณมากขึ้นกว่าเดิม!

กราฟเทคนิคจาก TradingView ก็มีนะ

แนะนำ FINNOMENA MONEY: เมื่อข้อมูลการเงินการลงทุน อยู่ใกล้คุณมากขึ้นกว่าเดิม!

3D Diagram สรุปภาพรวมกองทุนแบบเข้าใจง่ายๆ ยิ่งสามเหลี่ยมใหญ่เท่าไร ยิ่งดี

แนะนำ FINNOMENA MONEY: เมื่อข้อมูลการเงินการลงทุน อยู่ใกล้คุณมากขึ้นกว่าเดิม!

ข้อมูลกองทุน มีย้อนหลังถึง 20 ปี

แนะนำ FINNOMENA MONEY: เมื่อข้อมูลการเงินการลงทุน อยู่ใกล้คุณมากขึ้นกว่าเดิม!

ข้อมูลหุ้น งบย้อนหลังยาวถึง 10 ปี 40 ไตรมาส

แนะนำ FINNOMENA MONEY: เมื่อข้อมูลการเงินการลงทุน อยู่ใกล้คุณมากขึ้นกว่าเดิม!

ดูข้อมูลรายอุตสาหกรรม ผ่านแถบ INDICES

MARKETS – GOLD

อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่เราอยากนำเสนอมากคือ MARKETS แท็บ GOLD ซึ่งจะรายงานราคาทองคำแบบ Real-Time จากสมาคมค้าทองคำ นอกจากนี้ยังสามารถดูกราฟราคาย้อนหลัง ดูราคารับซื้อ-ขายคืนของทองคำแท่งและทองรูปพรรณได้ด้วย งานนี้ใครเป็นสาวกทองคำ ห้ามพลาด

แนะนำ FINNOMENA MONEY: เมื่อข้อมูลการเงินการลงทุน อยู่ใกล้คุณมากขึ้นกว่าเดิม!

แนะนำ FINNOMENA MONEY: เมื่อข้อมูลการเงินการลงทุน อยู่ใกล้คุณมากขึ้นกว่าเดิม!

ข้อมูลทองคำ อัปเดตแบบรายวินาที 

LTF/RMF

ปลายปีแบบนี้ ขาดไม่ได้เลยกับกองทุน LTF RMF ถ้าใครยังไม่รู้ว่าจะซื้อกองทุนอะไรดี ลองมาศึกษาได้ที่นี่ เพราะเราคัด LTF RMF เด็ดๆ จากระบบ Best-in-Class มาให้แล้ว มาศึกษาข้อมูลกันดูได้เลย นอกจากนี้ยังสามารถดูรายชื่อกองทุน LTF RMF อื่นๆ ได้เช่นกัน

แนะนำ FINNOMENA MONEY: เมื่อข้อมูลการเงินการลงทุน อยู่ใกล้คุณมากขึ้นกว่าเดิม!

มาค้นหากอง LTF RMF เด็ดๆ ได้ที่นี่

ข้อมูลทั้งหมดทั้งมวลนี้ สามารถเข้าถึงง่ายผ่านแอปฯ LINE ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 44 ล้านคนในประเทศไทย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะทำให้คนไทยเข้าใจเรื่องการลงทุนมากขึ้น นั่นเพราะความตั้งใจของ FINNOMENA คือ การสร้างพื้นที่เพื่อให้ความรู้และคำแนะนำด้านการเงินการลงทุนแก่คนไทย รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต ภารกิจของเราคือการช่วยให้คุณมีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ผ่านการ “ปลดล็อกศักยภาพการลงทุน”

…เพราะเราเชื่อว่า ทุกคนมีศักยภาพที่ซ่อนเร้นในตัวเอง และการมีข้อมูลที่ครบครันกับเครื่องมือที่ครบพร้อม จะช่วยให้คุณสามารถก้าวผ่านขีดจำกัดแห่งความท้าทายไปได้

โดยในท้ายที่สุดแล้ว วิสัยทัศน์ของ FINNOMENA ก็คือ เราอยากจะเห็นทุกคนมีความรู้ความเข้าใจด้านการเงินการลงทุน (Financial Literacy) เพื่อสร้างความสุขทางการเงินไปตลอดชั่วชีวิต ประกอบร่างสร้างไลฟ์สไตล์ในแบบที่คุณต้องการ

ในอนาคต FINNOMENA MONEY ยังมีแผนที่จะนำเสนอข้อมูลการเงินประเภทอื่นๆ อีก เช่น สลากออมสิน และ คริปโตฯ จะเป็นอย่างไรนั้นเราอยากให้ทุกคนร่วมติดตามไปพร้อมๆ กัน หากมีการอัปเดตเมื่อไร ทางเราจะแจ้งให้ทราบข่าวแน่นอน

ระหว่างนี้ ขอให้ทุกท่านสนุกและได้ประโยชน์จากการใช้ FINNOMENA MONEY นะครับ

ลงทุนแบบไหน หนี้หมดไว

ลงทุนแบบไหน หนี้หมดไว

ลงทุนแบบไหน หนี้หมดไว ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา “คนไทยเป็นหนี้มากขึ้น เร็วขึ้น และนานขึ้น” ในปี 2552 จำนวนหนี้เฉลี่ยต่อหัวของคนไทย 377,109 บาท เพิ่มขึ้น 47% เป็น 552,499 บาทในปี 2561 โดย 50% ของคนไทยเป็นหนี้ตั้งแต่อายุน้อย ส่วนใหญ่เป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลหรือหนี้บัตรเครดิต 1 ใน 5 ของผู้กู้ในช่วงอายุ 29 ปีกลายเป็นหนี้เสีย และแม้วัยเกษียณก็ยังไม่สามารถชำระหนี้หมดสิ้น คนอายุ 60 – 69 ปี ยังมีหนี้เฉลี่ย 453,438 บาท

คำถามที่ทุกคนควรเริ่มถามตัวเอง คือ เราเป็นหนึ่งในคนไทยที่มีหนี้มากขึ้น เร็วขึ้น และนานขึ้นด้วยหรือไม่

หากเป็นเช่นนั้น จะมีวิธีการจัดการอย่างไรให้หนี้ลดลงและชำระหนี้ให้หมดได้ในเร็ววัน

4 ขั้นตอนสู่การปลดหนี้อย่างง่าย

ขั้นตอนที่ 1: ตั้งสติ และสำรวจหนี้สินที่มีทั้งหมด

เขียนรายละเอียดหนี้ที่มีทั้งหมด ณ ปัจจุบัน เช่น เป็นหนี้ใครบ้าง หนี้เกิดจากอะไร ยอดหนี้คงค้าง ณ วันนี้จำนวนเท่าไหร่ มีภาระชำระหนี้ต่อเดือน ระยะเวลาผ่อนชำระที่เหลือ วันที่ครบกำหนดชำระในแต่ละเดือน และหมายเหตุที่เป็นรายละเอียดอื่นๆ ที่จำเป็นตามความต้องการของตัวเอง โดยอาจเขียนเป็นรายการหรือจัดทำเป็นตาราง

ขั้นตอนที่ 2: สำรวจความสามารถในการชำระหนี้

โดยปกติความสามารถในการชำระหนี้มาจากส่วนต่างระหว่างรายได้และค่าใช้จ่าย ถึงแม้บางคนอาจจะบอกว่าหนี้บางชนิดโดนหักจากเงินเดือนไปแล้วก็ตาม ตัวเลขความสามารถในการชำระหนี้นอกจากจะนำไปใช้ในการวางแผนการชำระหนี้แล้ว ยังสามารถนำไปใช้วางแผนการออมและการเป็นหนี้ในอนาคตอีกด้วย หากใครยังไม่เคยทำบัญชีรายได้และค่าใช้จ่าย ควรเริ่มลงมือทันที

ตัวอย่าง ความสามารถในการชำระหนี้จากการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย โดยเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ได้รับเงินเดือนทุกวันที่ 25 ของเดือน และมีเงินเหลือจากการใช้จ่ายเดือนละ 6,000 บาท

ขั้นตอนที่ 3: วางแผนการชำระหนี้

เมื่อได้รายการหนี้ที่ต้องชำระและความสามารถในการชำระหนี้แล้ว จัดทำแผนการชำระหนี้ในรูปแบบ Timeline แล้วอาจพบว่า

  • หนี้ที่ต้องชำระน้อยกว่าความสามารถในการชำระหนี้ เงินส่วนที่เกินอาจนำไปชำระหนี้เพิ่มเติมมากกว่าที่เจ้าหนี้กำหนด เพื่อให้หนี้หมดเร็วขึ้น หรืออาจนำเงินส่วนเกินไปวางแผนการออมหรือการลงทุนเพิ่มค่าเงินออม
  • หนี้ที่ต้องชำระมากกว่าความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามที่เจ้าหนี้กำหนดไว้ อาจจะทำให้เกิดปัญหาหนี้เสียหรือต้องมีภาระผูกพันในรูปแบบอื่นเพิ่มอีก

 

จากตัวอย่าง พบว่าจะไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด เนื่องจากความสามารถในการชำระหนี้น้อยกว่าภาระชำระหนี้ในแต่ละเดือน

วิธีการจัดการเพื่อให้สามารถชำระหนี้ได้

  1. เพิ่มความสามารถในการชำระหนี้ โดยการเพิ่มรายได้หรือลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากมีส่วนต่างของภาระหนี้และความสามารถในการชำระหนี้จำนวน 1,000 บาท (7,000 – 6,000) จึงสามารถเลือกใช้วิธีการหารายได้เพิ่มอีกเดือนละ 1,000 บาท หรือลดค่าใช้จ่ายจำนวน 1,000 บาท เพื่อให้มีเงินเพียงพอในการชำระหนี้ในแต่ละเดือน กรณีนี้จะชำระหนี้หมดได้ภายในกำหนด
  2. เจรจากับเจ้าหนี้เพื่อลดจำนวนเงินชำระต่อเดือนและขยายระยะเวลาชำระหนี้ เช่น ขอลดจำนวนเงินชำระหนี้ต่อเดือนจาก 5,000 บาทของธนาคาร B เนื่องจากมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าธนาคาร A เหลือเดือนละ 4,000 บาท เพื่อให้ภาระหนี้ที่ต้องชำระเท่ากับความสามารถในการชำระหนี้พอดี แต่กรณีนี้จะทำให้ภาระหนี้ที่ชำระต้องขยายระยะเวลาออกไปนานกว่าที่กำหนดไว้และต้องชำระดอกเบี้ยเพิ่มเติมจากเดิม

ขั้นตอนที่ 4: ชำระหนี้ตามแผนและวางแผนเงินออม

ขั้นตอนสุดท้าย คือ ชำระหนี้ให้ได้ตามแผนที่วางไว้ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากที่สุด แม้ว่าจะวางแผนดีมากแต่ไม่สามารถทำตามแผนได้ ภาระหนี้ก็จะไม่หมดตามที่กำหนดไว้ และเมื่อชำระหนี้หมดแล้วควรวางแผนการออมเงินและการลงทุนต่อไป

หากทำตาม 4 ขั้นตอน รับรองหนี้หมดไวอย่างง่ายดาย และมีเงินออมก่อนวัยเกษียณแน่นอน

จิตใจที่เข้มแข็ง คือสกิลการลงทุนสำคัญ

ตั้งแต่ดัชนีตลาดหุ้นไทยวิ่งขึ้นไปแตะ 1740 จุดในเดือนกรกฎาคม 2562หลังจากนั้น ตลาดหุ้นไทยก็ไปไม่เป็นอีกเลยแรงขายในหุ้นตัวใหญ่มีมาเรื่อยๆ นักลงทุนต่างชาติออกของไปเรื่อยๆ กระทั่งดัชนี SET ปริ่มๆน้ำอยู่ที่ 1600 จุดในช่วงเดือนพฤศจิกายน วิธีการลงทุนที่ไม่ได้ผลเลยในปีนี้ คือการหลับตาหว่านซื้อมั่วๆแล้วปล่อยให้หุ้นราคาขึ้นไปเอง สิ่งนี้ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปกับหุ้นส่วนใหญ่ในปี 2562

นอกจากนี้ แม้แต่หุ้นชื่อชั้นดี ที่เป็นตัวดันดัชนีตลาดหุ้นไทย ราคาก็ผันผวนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหุ้นที่เป็น Global Play ผูกพันกับเศรษฐกิจโลก เช่น หุ้นกลุ่มปิโตรเคมี (PTTGC, IRPC, IVL) และ หุ้นกลุ่มอิเลคทรอนิคส์ หรือแม้แต่หุ้นที่เคยเป็นดาวเด่นดันเศรษฐกิจไทยอย่างกลุ่มท่องเที่ยว ปีนี้ราคาหุ้นก็ปรับตัวลงมามาก ซ้ำร้ายหุ้นที่ผูกกับเศรษฐกิจในประเทศอย่างกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ก็ลงมาแบบดูไม่จืด

สิ่งเหล่านี้ทำให้นักลงทุนหน้าใหม่ๆที่เข้าตลาดมาเมื่อปีที่แล้วซึ่งตลาดก็ -10.8% ไปแล้ว มาในปีนี้ก็ยังลงทุนยากอีก ทำให้ถอดใจกันไปเยอะ บ้างก็กลัวว่าหุ้นไทยลงทุนไม่ได้แล้วบ้างก็กลัวว่า“หมดยุคทอง” การลงทุนในตลาดหุ้นไทยกันเลยทีเดียว

ผมคิดว่า คำว่า “หมดยุคทอง” ไม่ได้หมายความว่า ตลาดหุ้นไทย ไม่น่าสนใจหรือไม่น่าลงทุน แต่อย่างใด แต่มันอาจหมายถึง ยุคที่ตลาดหุ้นไทย จะอุดมไปด้วยหุ้นที่“ทั้งพื้นฐานดี ทั้งราคาถูก” P/E ระดับ 7-8 เท่าเต็มตลาดไปหมด แบบ 10 กว่าปีก่อน … มันไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว

อย่าลืมว่า20 ปีก่อน ประเทศไทยเพิ่งผ่านวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 มาไม่นาน การลงทุนในหุ้นถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงมหาศาล เพราะคนยังมีภาพจำอันโหดร้ายที่หุ้นกิจการเจ๊ง ราคาลงเหลือ “ศูนย์บาท” ในสมัยวิกฤต หุ้นอนาคตดี กำไรเติบโต กลับเทรดที่ค่า P/E ที่ต่ำ เกิดภาวะหุ้นราคาถูกเรื้อรังนั่นมันสมัยก่อน

ซึ่งผิดจากสมัยนี้ ที่คนเริ่มลืมภาพวิกฤตต้มยำกุ้งกันแล้ว เคยเห็นความมหัศจรรย์ของราคาหุ้นที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นจึงกลายเป็นทางเลือกในการสะสมความมั่งคั่งของคนยุคนี้กันมากขึ้น ราคาหุ้นชื่อชั้นดีในตลาด จึงยากจะมีราคาถูก ตลาดหุ้นไทยมีทั้งนักลงทุนสถาบันที่เข้มแข็ง และนักลงทุนรายย่อยกระเป๋าหนัก คอยเก็บหุ้นพื้นฐานดีไว้ในพอร์ทแบบไม่ปล่อยออกอยู่พอสมควร

ดังนั้น การจะหาหุ้นดี ที่ราคาถูกมากๆ เข้าซื้อแล้วถือยาวไป โดยหวังกำไร 10 เด้ง 100 เด้ง ง่ายๆ…คงจะยากขึ้น ความคาดหวังผลตอบแทนระดับ 20% ไปทุกปี ก็อาจจะเป็นความคาดหวังที่สูงเกินไป

ระดับผลตอบแทนที่เป็นไปได้ ระดับ 7-10% ต่อปีน่าจะยังคาดหวังได้อยู่ และการลงทุนให้หุ้น ยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เมื่อเทียบกับการฝากแบงค์ และดีกว่าการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ

ซึ่งในระหว่างทางการถือหุ้น แน่นอนว่าคนยุคนี้ จะต้องเจอกับความผันผวนที่สุดโต่งกว่าคนยุคก่อนแน่นอน เพราะนโยบายการเงินสมัยนี้ ไม่เหมือนสมัยก่อน นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบหนักๆ นโยบายการเคลื่อนย้ายเงินทุนเสรี และความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ต่างส่งผลกระทบให้ตลาดหุ้นผันผวนทั้งสิ้น

นักลงทุน จึงต้องมี จิตใจที่เข้มแข็ง ทนทานต่อความผันผวน และแรงกดดัน ให้ได้ … ต้องอยู่เฉยๆให้เป็นในบางช่วงเวลา และต้องมีความหาญกล้าที่จะเติมเงินลงในพอร์ทหุ้น ในช่วงที่ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงในระยะยาวเพราะในโลกความเป็นจริง การมีความรู้ ทักษะในการลงทุน อาจจะไม่พอในการคงอยู่ในตลาด… “จิตใจที่เข้มแข็ง ทนทานต่อแรงกดดัน” ก็จัดเป็น Skill ขั้นสูง ที่นักลงทุนควรต้องมีติดตัว อย่าลืมว่าหนทางขรุขระ เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางลงทุน ที่ทุกคนต้องผ่าน

ผมคิดว่า ในยามที่ความมั่นใจในตลาดหุ้นยังไม่กลับมาเต็มที่เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับนักลงทุนวีไอ ที่มีทั้งทักษะ ความรู้ และจิตใจที่เข้มแข็ง เพราะเป็นช่วงที่เราสามารถเลือกทยอยลงทุน ในกลุ่มหุ้นที่เราต้องการ ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าได้ง่ายขึ้น  อย่าลืมว่า “ตลาดหุ้นอันตรายเมื่อทุกอย่างดูดีไปซะหมด”

ผมยังเชื่อมั่นว่า การลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นทางเลือกที่ดี … และประเทศไทยยังมีอนาคตครับ