Archive September 2019

4 เทคนิคการลงทุนทองคำให้ได้กำไร

4 เทคนิคการลงทุนทองคำให้ได้กำไร

4 เทคนิคการลงทุนทองคำให้ได้กำไร  สำหรับนักลงทุนใหม่

4 เทคนิคการลงทุนทองคำให้ได้กำไร การลงทุนทองคำถือเป็นการลงทุนในรูปแบบหนึ่งที่สามารถทำได้ง่าย มีหลักการเพียงแค่นำเงินของเราไปซื้อทองคำ(ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปของทองคำหรือตั๋วสัญญาจากนั้นจึงรอคอยจังหวะในการขายเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคาทองคำที่เพิ่มสูงขึ้น

 

4 เทคนิคการลงทุนทองคำให้ได้กำไร  ทั้งนี้การลงทุนทองคำในประเทศไทยจะนิยมกันอยู่ 4 รูปแบบคือ

1.การลงทุนโดยตรงผ่านการซื้อทองคำจากร้านขายทอง

2.การลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มีการลงทุนให้ทองคำ

3.การลงทุนในสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าของไทยผ่านตลาด‘Thailand Futures Exchange’ (TFEX)

4.การลงทุนด้วยการซื้อหุ้นในบริษัทที่ทำกิจการเหมืองทองคำผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

4 เทคนิคการลงทุนทองคำให้ได้กำไร โดยการจะสร้างกำไรจากการลงทุนทองคำได้นั้นควรเริ่มต้นจากเทคนิคเหล่านี้

1.สำรวจตนเองว่าเป็นนักลงทุนประเภทใด?

ก่อนที่เราจะเริ่มต้นลงทุนอะไรนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการสำรวจตนเองเพื่อค้นหาสไตล์การลงทุนที่เหมาะกับเรา เช่น เป็นคนที่ไม่ค่อยรู้ข้อมูลข่าวสารไม่มีเวลาเฝ้าหน้าจอเพื่ออัพเดตข้อมูล ดังนั้นการลงทุนประเภทหุ้นหรือใดๆ ที่มีความผันผวนต้องหมั่นตรวจสอบข้อมูลอยู่ตลอดเวลาจึงอาจไม่เหมาะกับเรา เป็นต้น

2.ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนทองคำ

การลงทุนทองคำก็เหมือนกับการลงทุนประเภทอื่นๆ ที่จำเป็นจะต้องมีการศึกษาข้อมูลขั้นพื้นฐานเล็กๆ น้อยๆ ให้เข้าใจเสียก่อนเพื่อที่จะได้วางแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับเรา เช่น ราคาทองคำจะขึ้นอยู่กับความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯหากซื้อขายทองคำแท่งที่มีราคาต่ำกว่า 5 บาทจะต้องเสียค่ากำเหน็จ หรือ เราสามารถใช้ตั๋วสัญญาแทนการครอบครองทองคำแท่งที่อาจก่อให้เกิดอันตรายในครอบครองได้ เป็นต้น

3.ลงทุนในปริมาณที่เหมาะสมต่อการสร้างกำไร

การลงทุนทองคำจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลงทุนในปริมาณให้เหมาะสมเพื่อสร้างผลตอบแทน โดยการลงทุนที่แนะนำคือการครอบครองทองคำตั้งแต่ 10 บาทขึ้นไปจึงจะสามารถทำกำไรให้ได้ ยิ่งโดยเฉพาะในบางช่วงที่มีการผันผวนของตลาดราคาทองคำค่อนข้างสูง การครอบครองที่น้อยเกินไปจะทำให้ขายทำกำไรได้ไม่คุ้มค่า

4.หาจังหวะทำกำไรให้ได้

เมื่อมีการครอบครองได้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว การหาจังหวะขายออกเพื่อทำกำไร จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการดูแนวโน้มตลาดและราคาทองคำที่เพิ่มขึ้น โดยยึดหลักที่ว่า ให้ขายทำกำไรเมื่อทองคำมีราคาพุ่งสูงเกินกว่าราคาปกติในตลาดราวๆ 2-5% จากนั้นค่อยรอจังหวะซื้อทองคำกลับมาเมื่อราคาถึงจุดต่ำสุดในรอบนั้นๆ (อาจใช้ Indicators ในการหาจุดต่ำสุดของราคาทองคำก็ย่อมได้)

 

จะเห็นได้ว่าการลงทุนทองคำสามารถทำได้ไม่ยากเพียงแค่ต้องมีการศึกษาข้อมูลและธรรมชาติของทองคำให้ถี่ถ้วนเสียก่อน ชาว Gen-C Blog คนไหนที่สนใจจะลงทุนด้วยทองคำก็อย่าลืมฝึกซื้อขายในเว็บไซต์ทดลองก่อนลงสู่สนามจริงกันนะครับ ‘เพราะการลงทุนทุกชนิดย่อมมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนนั่นเอง

5 วิธีการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับ “มนุษย์เงินเดือน” ทุกคน

5 วิธีการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับ "มนุษย์เงินเดือน" ทุกคน

5 วิธีการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับ “มนุษย์เงินเดือน” ทุกคน

โดยแนวคิดจะเป็นการสะสมเพื่อเป้าหมายระยะยาวและใช้วิธีการทยอยสะสมเงินทุกเดือน ในจำนวนเท่าๆกัน

1. ฝากประจำ / กองทุนรวมตลาดเงินหรือตราสารหนี้ระยะสั้น

2. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

3. สหกรณ์ออมทรัพย์

4. กองทุนรวม

5. ออมหุ้น

5 วิธีการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับ "มนุษย์เงินเดือน" ทุกคน

 

แนวคิดและวิธีการลงทุนของมนุษย์เงินเดือน

5 วิธีการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับ “มนุษย์เงินเดือน” ทุกคน สำหรับแนวคิดและวิธีการของวิธีนี้ จะเป็นการสะสมเพื่อเป้าหมายระยะยาวครับ และใช้วิธีการทยอยสะสมเงินทุกเดือน ในจำนวนเท่าๆกัน ซึ่งผมมองว่าเป็นวิธีที่สอดคล้องกับการทำงานของมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้เข้ามาเป็นประจำและต่อเนื่อง และเพิ่มเติมด้วย “วินัย” ในการลงทุนเท่านั้นเองครับ

เอาล่ะ เรามาเริ่มต้นดูกันเลยดีกว่า

ว่า 5 วิธีการลงทุนที่ดีที่สุดในสไตล์พรี่หนอมนั้น มันมีอะไรบ้าง

1. ฝากประจำ / กองทุนรวมตลาดเงินหรือตราสารหนี้ระยะสั้น

สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองเพิ่งเริ่มต้นออมเงิน และยังไม่มีความรู้ในการลงทุนมากนัก ผมอยากจะแนะนำวิธีนี้เป็นวิธีแรกครับ นั่นคือการสร้างวินัยโดยการฝากประจำทุกๆเดือนเท่ากัน

วิธีการง่ายๆครับ เพียงแค่ การตัดบัญชีเงินฝาก (บัญชีเงินเดือน) ในทุกๆเดือน เพื่อสะสมไปเรื่อยๆ โดยมี 2 กลุ่มที่อยากจะแนะนำครับ นั่นคือ เงินฝากประจำปลอดภาษี กับ กองทุนตลาดเงินหรือตราสารหนี้ระยะสั้น

สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าเจ้าสองตัวนี้คืออะไร ขอบอกครับว่ามันคือ…

เงินฝากประจำปลอดภาษี คือ เงินฝากประเภทหนึ่งที่กำหนดให้เราฝากประจำทุกๆเดือนเป็นจำนวนที่เท่าๆกัน เช่น เดือนละ 1,000 บาท ติดต่อกันเป็นเวลา 24 เดือนโดยได้สิทธิพิเศษคือ “ยกเว้นภาษีเงินได้” และไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% เหมือนเงินฝากประจำทั่วๆไปครับ

กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ที่มีกำหนดชำระเงินต้นเมื่อทวงถาม หรือมีอายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปีครับ

กองทุนรวมตราสารหนี้ (General Fixed Income Fund) คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ประเภทต่างๆ ซึ่งได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ตัว๋ เงินคลัง บัตรเงินฝากของธนาคาร ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ของภาคเอกชน ฯลฯ

ใครที่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงนั้น กรณีเงินฝากฯ ผมแนะนำว่าลองเดินไปที่ธนาคารที่เราสะดวก และติดต่อขอเปิดบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษีได้เลยครับ

ส่วนกองทุนตลาดเงินหรือตราสารหนี้ระยะสั้นนั้น สามารถเลือกกองทุนที่ดีและเหมาะสมกับสิ่งที่เราต้องการ ผลตอบแทนพอใจไหม รับความเสี่ยงได้เท่าไร ซึ่งถ้ายังไม่แน่ใจก็สามารถแวะมาพูดคุยสอบถามกันได้ที่กลุ่มพูดคุยของรายการกองทุนไหนดี ได้เลยครับผม

โดยส่วนตัวทุกวันนี้ พรี่หนอมใช้กองทุนตลาดเงินกับตราสารหนี้ระยะสั้นเป็นหลักครับ แต่ไม่ได้ใช้เงินฝากประจำปลอดภาษีครับ เนื่องจากมองว่ากองทุนรวมนั้นมีสภาพคล่องที่ดีกว่าครับ

2. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ตัวที่สองนี่ อยากเรียกว่าเป็น Highly Recommend กันเลยทีเดียวครับ สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ออฟฟิศมีสวัสดิการ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ไว้ให้ เพื่อให้พนักงานออมเงินและลงทุน (ส่วนข้าราชการจะเป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราช หรือ กบข. ครับ) โดยกองทุนเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เก็บเงินไว้ใช้ในยามเกษียณนั่นเองครับ

โดยปกติแล้วมนุษย์เงินเดือนสามารถเลือกสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ตั้งแต่ 2-15% ครับ (ส่วนนายจ้างจะสมทบเท่าไรให้กับเรานั้น ขึ้นอยู่กับความใจดีของนายจ้างครับ ฮ่าๆ) โดยตรงนี้พรี่หนอมอยากจะแนะนำให้ตัด % ที่มากที่สุดเท่าที่ไหวครับ เพื่อเป็นการสร้างวินัยในการออมเงินได้เป็นอย่างดีครับ และเงินก้อนนี้ถือว่าเป็นเงินก้อนที่ไม่ได้ใช้แน่ๆครับ เพราะตัดก่อนที่จะเข้าบัญชีเราเสียอีกครับ

ปัจจุบันพรี่หนอมสะสมเข้ากองทุนนี้อยู่ที่ 15% เต็มสิทธิ์ที่สามารถทำได้ครับ เนื่องจากต้องการสร้างวินัยระยะยาวครับ นอกจากนั้นยังเพิ่มเติมเทคนิคอีกนิดหน่อย นั่นคือ การเลือกแผนการลงทุนของกองทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงและผลตอบแทนที่เราต้องการด้วยครับ (สำหรับเรื่องนี้จะเขียนบทความแยกต่างหากให้อ่านอีกทีนะครับ ฝากติดตามกันด้วยครับ)

3. สหกรณ์ออมทรัพย์

ถ้าหากที่ทำงานของเรานั้น มีสหกรณ์ออมทรัพย์ การเลือกสะสมหุ้นของสหกรณ์ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่น่าสนใจครับ (แต่ต้องพิจารณาความเสี่ยงดีๆด้วยนะครับ ฮ่าๆ) โดยผลตอบแทนที่ได้รับนั้นจะมาจากเงินปันผลในแต่ละปี ซึ่งอัตราผลตอบแทนนั้นดีกว่าเงินฝากธนาคารและกองทุนตราสารหนี้แน่นอนครับ

สิ่งที่อยากจะแนะนำคือ อย่าลืมตรวจสอบการบริหารงานและการจัดการสหกรณ์ของที่ทำงานเราด้วยว่า ดีแค่ไหน มีปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่า เพื่อที่จะได้ลงทุนอย่างปลอดภัยครับ ไม่ใช่มองเพียงแต่ผลตอบแทนอย่างเดียว แต่ต้องมองถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นด้วยครับ

4. กองทุนรวม

สำหรับเรื่องกองทุนรวมในข้อนี้จะเน้นไปที่กองทุนที่มีความเสี่ยงมากขึ้นครับ หลังจากที่เราพูดถึงกองทุนรวมในส่วนแรกที่ไว้ใช้พักเงินหรือรับผลตอบแทนระยะสั้นกันไปแล้วในข้อแรก แต่ข้อนี้จะพูดถึงกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงตั้งแต่ระดับที่ 4 ขึ้นไป ซึ่งตรงนี้ต้องดูจากความเสี่ยงที่ยอมรับได้และผลตอบแทนที่ต้องการของแต่ละคนประกอบกันครับ

5 วิธีการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับ “มนุษย์เงินเดือน” ทุกคน

แต่ถ้าหากใครต้องการประหยัดภาษีด้วย ในส่วนของการลงทุนสำหรับมนุษย์เงินเดือนในข้อนี้ อยากแนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) หรือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) แทนครับ แต่ถ้าใครไม่ได้เสียภาษีหรือไม่ต้องการสิทธิประโยชน์แล้วล่ะก็ การลงทุนในกองทุนรวมปกติจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าครับ

แชร์ประสบการณ์หน่อยครับว่า ปัจจุบันพรี่หนอมเองวางแผนลงทุนใน LTF และ RMF เป็นหลักครับ โดยเน้นจัดพอร์ท LTF และ RMF ควบคู่กันไปครับผม

5. ออมหุ้น

สำหรับทางเลือกสุดท้ายนั้น ถือว่าเป็นการลงทุนและมีความเสี่ยงค่อนข้างมากครับ โดยหลักการนั้นคือการเลือกออมหุ้นรายตัวครับ (เริ่มต้นขั้นต่ำที่ 1,000 บาท/เดือน) ซึ่งตรงนี้แนะนำให้เลือกหุ้นให้ดี มองเห็นการเติบโตที่เหมาะสม และสามารถอดทนลงทุนเป็นระยะเวลานานได้ครับ และอย่าทุ่มเทลงทุนในหุ้นตัวเดียวมากเกินไปครับ เพราะถือว่ามีความเสี่ยงมากๆครับ

ทุกวันนี้มีให้บริการออมหุ้นอยู่หลายแห่งครับ เข้าใจว่าเร็วๆนี้จะมีให้เลือกมากขึ้นอีกครับ ซึ่งตรวจสอบเงื่อนไขของแต่ละที่ได้ตามใจเลยครับ (ลองค้นหาคำว่า ออมหุ้น ใน Google ก็ได้นะครับ มีหลายเจ้าอยู่)

ปัจจุบันพรี่หนอมมีพอร์ทออมหุ้นเหมือนกันครับ (แกจะมีอะไรเยอะแยะ – – “) ใช้วิธีการเลือกหุ้น 7 ตัวทยอยสะสมมาหลายปีแล้วครับ ปัจจุบันถือว่าผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งเป้าหมายของการออมหุ้นนี้ กะว่าจะออมไปอีกประมาณ 10 ปีครับผม แล้วค่อยปรับพอร์ทจัดการให้ดี (ถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไรให้เปลี่ยนแปลงหุ้นนะครับ ฮ่าๆ)

เห็นไหมครับว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้นมีข้อดีอยู่ข้อหนึ่ง นั่นคือ เรามีกระแสเงินสดที่เข้ามาต่อเนื่องในทุกๆเดือน ทำให้สามารถวางแผนการลงทุนและออมเงินได้อย่างมีระบบ และเป็นการสร้างวินัยในตัวเองได้ด้วย ซึ่งทั้ง 5 วิธีที่แนะนำมานี้ ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดนะครับ แต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสีย ความเสี่ยง และผลตอบแทนต่างกันไป บทความนี้เขียนขึ้นเพราะอยากให้ทุกๆคนลองปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเองครับ เพื่อที่จะได้มีเงินออมและเงินลงทุนได้เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในอนาคตอย่างมีความสุขครับ

สุดท้ายนี้ผมก็ขออวยพรให้คนที่อ่านบทความนี้ พบวิธีการลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเองนะครับ ส่วนผมขอเป็นทางเลือกหนึ่งในการแชร์ประสบการณ์ความรู้ ถ้าใครอ่านดูแล้วคิดว่ามีประโยชน์ กรุณาอย่าลืมส่งต่อบทความนี้ให้กับคนที่คุณรักด้วยนะคร้าบบบ

 

สนับสนุนโดน Copa69.com

เทคนิคการเทรด Forex แบบมืออาชีพ

เทคนิคการเทรด Forex แบบมืออาชีพ

เทคนิคการเทรด Forex แบบมืออาชีพ

และสำหรับในวันนี้เว็บของเราเว็บ loanbankpayday.net เว็บที่มีข้อมูลดีๆเกี่ยวกับการลงทุน นั้นจะมี เทคนิคการเทรด Forex มาฝากทุกๆคนกัน และหวังว่า บทความนี้จะมีประโยชน์ กับทุกๆคน

เทคนิคการเทรด Forex แบบมืออาชีพ

สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ที่เริ่มสร้างกำไรได้เล็กน้อยในตลาด Forex อาจจะกำลังมีเป้าหมาย อยากเทรด Forex เป็นอาชีพให้ได้อยู่แน่ๆ เพราะการทำกำไรในตลาด Forex เป็นการทำกำไรที่มีอิสระทางด้านเวลาและการเงิน จึงถือว่าเป็นอาชีพในฝันของใครหลายๆคนเลยก็ว่าได้ เรา มี 10 วิธี ที่จะช่วยทำให้คุณเทรด Forex เป็นอาชีพได้มาฝากกัน จะมีวิธีอะไรบ้างไปติดตามเลยค่า

1. เทรดด้วยความเสี่ยงที่ต่ำ

เทรดเดอร์มืออาชีพส่วนใหญ่จะเทรดโดยการตั้งค่า Lot ที่มีความเสี่ยงที่ต่ำ ซึ่งทำให้การออกออร์เดอร์ในแต่ละครั้งไม่มีความเสี่ยงจนเกินไป และสามารถขาดทุนได้ตามการวางแผน Money Management

2. เทรดเป็นอาชีพต้องปรับทัศนคติเน้นกำไรนาน ไม่เน้นฉาบฉวย

หากคุณอยากมีอาชีพเป็นเทรดเดอร์ คุณจำเป็นต้องปรับทัศนคติตัวเองใหม่ก่อน ว่าการทำกำไรในตลาด Forex เป็นการทำกำไรที่ค่อยๆสร้างกำไร เก็บเล็กผสมน้อย ไม่ฉาบฉวย ไม่ตั้งค่า Lot สูงๆ เพื่อหวงกำไรที่ฉาบฉวย เพราะหากคุณมีทัศนคติที่ต้องการสร้างกำไรที่ฉาบฉวย คุณไม่มีวันเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพได้เลย เพราะคุณจะเจ๊งในตลาด Forex ก่อนที่จะสามารถเทรด Forex เป็นอาชีพได้นั่นเอง

3. มีระบบเทรดที่ดี

เทรดเดอร์มืออาชีพส่วนใหญ่ สร้างระบบเทรดที่ดีให้กับตัวเอง เพราะการมีระบบที่ดีจะช่วยให้คุณสามารถประสบความสำเร็จในการทำกำไรในตลาด Forex ได้อย่างยั่งยืน เพราะระบเทรดที่ดี จะสามารถช่วยให้คุณออกออร์เอร์ได้ดี มีการตัดสินใจในการทำกำไรที่ดี รวมถึงการตั้งค่าต่างๆที่ดีด้วย นอกจากนี้ การมีระบบเทรดที่ดีจะช่วยให้คุณสามารถควบคุมตนเอง ควบคุมการเงิน และควบคุมความโลภได้ดีกว่า การเทรดแบบไม่มีระบบ

ดังนั้นหากคุณเป็นเทรดเดอร์มือใหม่ที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพมาเป็นอาชีพเทรด Forex หล่ะก็ คุณจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการสร้างระบบเทรดที่ดีให้กับตัวคุณก่อน เพราะหากมีระบบเทรดที่ดี คุณก็สามารถสร้างกำไรในตลาด Forex ได้อย่างยั่งยืน และสามารถยึดอาชีพเทรด Forex ในการหารายได้หลักของคุณได้อย่างแน่นอน

4. ไม่เทรดตลอดเวลา แต่ศึกษาตลอดเวลา

คนที่มีอาชีพเป็นนักเทรด Forex ส่วนใหญ่ จะใช้เลาส่วนมากในการเรียรู้และการศึกษา และพวกเขาจะไม่พยายามจ้องกราฟเพื่อหาจังหวะเทรดตลอดเวลา แต่พวกเขาจะทุ่มเทเวลาในการเรียนรู้หาเทคนิคใหม่ๆที่ดีกว่าอยู่เสมอ เพราะการปรับปรุงการเทรด หรือการฝึกฝนให้มีความำนาญมากขึ้น จะช่วยให้คุณสามารถเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพได้เร็วขึ้น เพราะหากคุณมีความรู้ที่เพียงพอและประสบการณ์ที่มากพอ คุณก็สามารถสร้างกำไรได้อย่างมหาศาลและยั่งยืน การศึกษาตลอดเวลาจึงเป็นเรื่องที่สำคัญกว่าการเทรดตลอดเวลา เพราะถ้าคุณพยายามหาโอกาสเพื่อสามารถเทรดได้ตลอดเวลา คุณจะมีโอกาสผิดพลาดมากขึ้น แต่หากคุณให้เวลากับการศึกษามากกว่าการให้เวลาในการหาจังหวะเทรด คุณจะมีความรู้และมีเทคนิคมากขึ้นในการทำกำไนในตลาด Forex อย่ากังวลหากไม่ได้เทรดเลย หรือกังวลว่าจะมีจังหวะออกออร์เดอร์เมื่อไหร่ แต่ขอให้คุณใช้เวลาว่างในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ

5. ความรู้ไม่มีวันเต็ม

อย่างที่กล่าวไปในข้อที่แล้วว่าการศึกษาตลอดเวลาสำคัญกว่าการเทรดตลอดเวลา ความรู้ไม่มีวันเต็ม ไม่มีเทรดเดอร์มืออาชีพคนไหนที่เขาบอกว่า รู้หมดแล้ว เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ แต่พวกเขาก็ไม่หยุดเรียนรู้ ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง เพราะพวกเขารู้ว่าความรู้ไม่มีวันเต็ม และไม่มีวันที่เขาจะรู้ทั้งหมดแล้ว ในการเป็นเทรดเดอร์ที่ดี คุณควรศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา ขยันเรียนรู้และขยันฝึกฝนเพื่อจะช่วยคุณสามารถสร้างกำไรในตลาด Forex ได้อย่างยั่งยืนจริงๆ นอกจากการศึกษาแล้ว การฝึกฝนก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้ามเลย เพราะหากคุณทุ่มเทเวลาให้กับการศึกษาแต่ไม่เคยลงมือฝึกฝน การศึกษาของคุณก็อาจจะสูญเปล่าได้

6. วาง Money Management อย่างรอบคอบ

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากสำหรับคนที่อยากมีอาชีพเป็นนักเทรด Forex ก็คือ การวางแผน Money Management ให้ดี เพราะเทรดเดอร์มืออาชีพส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการวางแผน Money Management อย่างมาก เพราะหากคุณสามารถวางแผน Money Management ได้ดี คุณก็สามารถสร้างกำไรในตลาด Forex ได้อย่างยั่งยืน แต่หากคุณวางแผน Money Management ไม่เป็น คุณก็มีโอกาสสูงมากที่จะเจ๊งในตลาด Forex เพราะการวางแผน Money Management เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่เทรดเดอร์ทุกคนควรรู้และศึกษา เพราะการให้ความสำคัญกับการวางแผน Money Management จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการออกออร์เดอร์ในแต่ลึรั้งได้อย่างรอบคอบ และยังสามารถกำหนดอนาคตของพอร์คุณได้ดวย

7. ไม่นำเงินร้อนมาเทรด

เนื่องจากตลาด Forex เป็นตลาดการลงทุนที่มีความผันผวนสูงมาก การทำกำไรในตลาด Forex จึงเป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก ไม่ควรนำเงินร้อนมาลงทุนเด็ดขาด เพราะการนำเงินร้อนมาลงทุน จะทำให้คุณมีคาดหวังผลกำไรจำนวนมาก และอาจจะทำให้คุณสูญเสียเงินลงทุน เพราะคนส่วนใหญ่ที่นำเงินร้อนมาลงทุน จะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ในการทำกำไรได้ ไม่มีเวลามากพอในการฝึกฝน รอผลกำไรระยะยาวไม่ได้ หากนำเงินร้อนมาลงทุนและคาดหวังผลกำไรสูงๆ จึงเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากๆ จึงเป็นข้อห้ามอีกอย่างนึง ที่ไม่ค่อยมีใครบอกเทรดเดอร์มือใหม่เท่าไหร่ ว่าการนำเงินร้อนมาลงทุนมีผลเสียขนาดไหน และเทรดเดอร์เกือบทุกคนที่นำเงินร้อนมาลงทุน เจ๊งและหมดตัวกันทุกคน

ขอบคุณบทความดีๆจาก forexsi