เงิน 5,000 บาทให้กลายเป็น 1 ล้าน ด้วยมูลค่าเงินตามเวลา

เงิน 5,000 บาทให้กลายเป็น 1 ล้าน ด้วยมูลค่าเงินตามเวลา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ลงทุนให้เป็นก็เปลี่ยนเงินแสนเป็นเงินล้านได้"

เงิน 5,000 บาทให้กลายเป็น 1 ล้าน ด้วยมูลค่าเงินตามเวลา ถ้าให้เลือกระหว่าง “มีคนให้เงิน 1 ล้านบาทตอนนี้” กับ “ให้เงิน 5 พันบาททุกๆ เดือนไปตลอดชีวิต” คุณจะเลือกแบบไหนครับ? คำตอบคือ “เลือกมันทั้งสองข้อ” ใช่ไหมครับ…

แต่ถ้ากำหนดโจทย์ให้เลือกข้อใดข้อหนึ่ง คนส่วนใหญ่คงเลือก “ข้อแรก” เพราะเป็นข้อเดียวที่เห็นผลชัดเจน ได้แล้วได้เลยทันทีไม่ต้องมัวรีรอๆ อีกต่อไป เพราะถ้าให้รับเงินเดือนละ 5,000 บาทแทน ก็ต้องรอไปตั้งอีก 200 เดือน (ประมาณ 17 ปี) กว่าจะได้ครบ 1 ล้านบาท ป่านนั้นก็ไม่รู้จะไปอยู่ไหนแล้ว

จากคำถามเมื่อกี้ เห็นไหมครับว่า เงิน 5,000 บาท ต้องใช้เวลากว่า 17 ปี ถึงจะกลายเป็นเงิน 1 ล้านบาท

แต่เชื่อไหมครับว่า…

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ลงทุนให้เป็นก็เปลี่ยนเงินแสนเป็นเงินล้านได้"

เงิน 5,000 บาทต่อเดือนสามารถกลายเป็น 1 ล้านบาทได้ภายในเวลา 8 ปีเท่านั้น!!!
เพียงแค่เรานำเงิน 5,000 บาทต่อเดือนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ได้รับผลตอบแทน 15% ต่อปี

อ่านถึงตรงนี้หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า นี่ จะมาชวนหารายได้เสริมกันหรือเปล่า หรือว่าจะชวนกันมาลงทุนแบบไหนอะไรยังไง ไม่ครับ ผมเพียงอยากจะแนะนำให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ลงทุนใน “ความรู้” ลำดับแรกที่เรียกว่า “มูลค่าเงินตามเวลา”

คำว่า “มูลค่าเงินตามเวลา” ถ้าให้อธิบายด้วยความเข้าใจง่ายๆ ก็แปลได้ว่า เงินในวันนี้ ถ้าปล่อยให้เวลาผ่านไปก็ยิ่งมีมูลค่าลดลง หากไม่รู้จักหาวิธีเพิ่มผลตอบแทน

ถ้านึกไม่ออกลองคิดถึง ค่าก๋วยเตี๋ยวเรือ ค่ารถเมล์ แท็กซี่ น้ำมัน ค่าครองชีพต่างๆ ที่นับวันยิ่งแพงขึ้น แต่เงินในกระเป๋าเราไม่เคยเพิ่มตามนั่นแหละครับ!!!

แต่ถ้าเรารู้จักนำเงินไปลงทุนเพื่อได้รับผลตอบแทน มูลค่าของเงินก็จะเพิ่มขึ้น และยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไรก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น

ดังนั้น มาทำความรู้จักกับ 3 ตัวแปรที่ทำให้เงินของเราสามารถงอกเงยเพิ่มขึ้นได้กันดีกว่า นั่นคือ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ จำนวนเงินเริ่มต้น"

        1. จำนวนเงินเริ่มต้น

จำนวนเงินนี้ยิ่งมากเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น เพราะนั่นแปลว่าเราจะไม่ต้องเหนื่อยมากในการทำตามเป้าหมาย เช่น ถ้าเรามีเงินเริ่มต้นสัก 10 ล้าน ได้ผลตอบแทนสัก 10% ต่อปี ก็ตกปีละ 1 ล้านบาทด้วยความรวดเร็วใช่ไหมล่ะครับ

        2. ผลตอบแทนที่ได้รับ

ยิ่งผลตอบแทนมากเท่าไร จำนวนเงินก็เพิ่มขึ้นไว และใช้ระยะเวลาน้อยลง เช่น ถ้าเราลงทุนได้รับผลตอบแทน 50% ต่อปี แค่มีเงิน 2 ล้านบาทก็สามารถลงทุนได้เงินกลับมาตั้ง 1 ล้านบาท

        3. ระยะเวลา

แต่ถ้าเราไม่มีเงินเริ่มต้นและผลตอบแทนที่สูงปรี๊ด สิ่งหนึ่งที่ช่วยเราได้นั่นก็คือเรื่องของเวลา แต่ต้องอดทนนานกว่าชาวบ้านสักเล็กน้อย เช่น ถ้าเราไม่มีเงินล้าน และมีเงินน้อย แต่ถ้าเรามีเวลานานสัก 8 ปี เพียงแค่เราค่อยๆ นำเงิน 5,000 บาทต่อเดือนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ได้รับผลตอบแทน 15% ต่อปี เราก็มีเงิน 1 ล้านบาทได้เช่นเดียวกัน

ดังนั้นถ้าถามว่าตัวไหนสำคัญที่สุดใน 3 ตัวนี้ คำตอบคือทุกตัวสำคัญหมดครับ แต่ตัวหนึ่งที่เราทุกคนสามารถควบคุมและทำได้ดีที่สุดนั้นคือ “ระยะเวลา” เพราะสามารถควบคุมและเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ครับ!!

ส่วนเรื่องของ “เงินเริ่มต้น” ถ้าใครยังมีน้อยอยู่อย่าเพิ่งท้อใจไปนะครับ เร่งทยอยเพิ่มความสามารถของเราให้มากขึ้น เพื่อสร้างรายได้ให้สูงขึ้นตามความเชี่ยวชาญของเราครับ

และเรื่องสุดท้าย คือ “ผลตอบแทน” ที่หลายๆ คนสนใจว่าจะทำยังไงให้ได้มากที่สุดนั้น ผมอยากแนะนำให้ศึกษาเรื่องความเสี่ยงและการลงทุนเพิ่มเติม เพราะกองทุนรวมดีๆ นั้น สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตั้งแต่ 10-15% ต่อปีเลยครับ

1. ฝากเงินในธนาคาร 20 ล้านบาท ด้วยดอกเบี้ย 3% ต่อปี

2. ลงทุนในหุ้นกู้ 15 ล้านบาท ด้วยผลตอบแทน 4% ต่อปี

3. ลงทุนในหุ้น 10 ล้านบาท ด้วยผลตอบแทน 6% ต่อปี

4. ลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ 8 ล้านบาท ด้วยผลตอบแทน 7.5% ต่อปี

พอมามองดูเงินในกระเป๋าของเรา โอ้วแม่เจ้า แค่ 1 แสนยังเก็บยากเลยแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปฝากเงิน 20 ล้าน แล้วถ้า 6 ล้านด้วยการลงทุนในหุ้นมันยังยากเลย ต้องรับความเสี่ยงว่าจะขาดทุนหรือกำไรอีก ไม่เป็นไรครับ ผมมีแนวทางให้ทุกๆคนลองเดินดู แต่จะได้ 50,000 ต่อเดือนไหม มันขึ้นอยู่กับตัวเราและปัจจัยทางเศรษฐกิจและธุรกิจด้วยนะครับ แน่นอนอยู่แล้วว่าการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเสมอแต่เราสามารถเดินตามหนทางที่ทำให้เราประสบความสำเร็จได้ ไม่มากก็น้อยด้วย 3 ปัจจัยดังนี้นะครับ


 

jabzjaruwat