ทันหุ้น – SCB นำร่องปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ทันหุ้น – SCB นำร่องปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ทันหุ้น – SCB นำร่องปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ทันหุ้น – SCB นำร่องปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ทันหุ้น – SCB นำร่องปรับลดอัตราดอกเบี้ย ทั้ง 2 ขาลง 0.25% มีผล 8 พ.ย.2562 ด้านแบงก์รัฐ “ออมสิน” ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.125% มีผล 11 พ.ย.ส่วนเงินฝากเริ่มปรับลดลง 0.125% ตั้งแต่ 1 ม.ค.2563 ด้านนักวิเคราะห์ระบุชัดราคาหุ้นกลุ่มแบงก์รับรู้หมดแล้ว ย้ำยังน่าลงทุน ชู SCB เป็น Top pick เป้า 160 บาท

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ทันหุ้น – SCB"

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBกล่าวว่า หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง มาอยู่ที่ 1.25%ธนาคารไทยพาณิชย์จึงพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ลง 0.25% มาอยู่ที่ 6.87% พร้อมกันนี้ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำลง 0.25% เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะสภาพคล่องในระบบการเงินในปัจจุบัน รวมถึงเป็นการช่วยลดภาระต้นทุนในการดำเนินธุรกิจของลูกค้าSMEและลูกค้ารายย่อย ให้สามารถปรับตัวต่อความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า และการชะลอตัวของการใช้จ่ายในประเทศทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MRR และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำใหม่ จะมีผลตั้งแต่วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2563เป็นต้นไป

ขณะที่นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารฯ พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทลง 0.125% เท่ากัน  ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยMRR และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำประเภทเงินเบิกเกินบัญชี(MOR) ลดลงจาก 6.87% เหลือ 6.745% ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำประเภทเงินกู้ที่มีระยะเวลา (MLR)ปรับลดลงจาก 6.50% เหลือ 6.375% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป

สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารฯ ยังคงภารกิจหลักมุ่งมั่นส่งเสริมการออม จึงชะลอการปรับลดดอกเบี้ยเงินฝาก โดยยังคงให้ผู้ฝากเงินฝากทุกประเภทได้รับผลตอบแทนในอัตราเท่าเดิมจนถึงสิ้นปี 2562 หลังจากนั้นจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 0.125% มีผลวันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปแล้ว

นายธนภัทร ฉัตรเสถียร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัดระบุ ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปรับตัวลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2562 จนถึง ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 ลดลงถึง -13.6%ขณะที่ SET ตั้งแต่ต้นปี 2562 จนถึง ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 เพิ่มขึ้น +3.84%ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารับรู้ปัจจัยลบรวมถึงการลดดอกเบี้ยไปแล้ว

หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังคงน่าลงทุนในฐานะ หุ้นปันผล จากอัตราปันผลเฉลี่ย 3-7% ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ณ ปัจจุบัน ประกอบกับความคาดหวังกรอบการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ จะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 2563 รวมถึงเป็นปัจจัยหนุนการขยายตัวของธุรกิจสินเชื่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง

ชู SCB เป็น Top pick

ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินทั้งปัจจัยระยะสั้น – ระยะยาว เลือก SCB เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากผลการดำเนินงานของ SCBยังคงขยายตัวได้ทั้งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (จากการหันไปปล่อยกู้ทางดิจิทัล) และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย จากการทยอยรับรู้รายได้จำนวน 1.77 หมื่นล้านบาทตลอดระยะเวลา 15 ปี หลังขาย SCB Life ให้กับ FWD นอกจากนี้ยังจะได้รับค่าตอบแทนสำหรับการขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตให้กับ FWD ตลอดช่วงระยะเวลาความร่วมมืออีกด้วย เบื้องต้นคาดกำไรสุทธิ์ทั้งปี 2562 ไว้ที่ 42,479 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปี 2561 พร้อมคาดอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 5.15% คงคำแนะนำ “ซื้อ” เป้าปี 2563 ที่ 160 บาท

สำนักข่าว “ทันหุ้น”รายงานว่า หุ้นบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC พักเที่ยงบวก 4.05% โบรกเกอร์ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ หลังประเมินผลประกอบการไตรมาส 4/62 จะฟื้นตัวดี มองขาดทุนสต็อกลดลง และมีกำไรจากการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปแล้ว

ราคาหุ้น IRPC พักเที่ยง อยู่ที่ 3.60 บาท บวก 0.14 บาท หรือ 4.05% ระหว่างวันราคาได้ปรับขึ้นมาสูงสุดที่ 3.64 บาท โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 598.89 ล้านบาท

 

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย) ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ จากเดิมแนะนำถือ คาดการณ์ว่าผลประกอบการไตรมาส 4/62 จะกลับมาฟื้นตัวดี เพราะมีโอกาสขาดทุนสต็อกลดลง และมีกำไรจากการทำ Hedging เกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน และคาดว่าข่าวร้ายสะท้อนไปยังหุ้นมากแล้ว พิจารณาได้จากราคาหุ้นมีลักษณะ Underperform เทียบกับ SET และหลักทรัพย์ที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จาก IMO สูงสุดในกลุ่ม โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 4.20  บาทต่อหุ้น


 

jabzjaruwat